สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรโดยตลอดมา ทั้งในด้านการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม การสาธารณสุข และในอีกหลายด้าน
นอกจากพระราชกรณียกิจในด้านดังกล่าวแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังทรงมีบทบาทสำคัญในด้านการเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ
ในการเสด็จเยือนต่างประเทศครั้งใหญ่ของ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คือ การเสด็จพระราชดำเนินสหรัฐอเมริกาและประเทศในยุโรปรวม 14 ประเทศกับ 1 รัฐ ระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน ถึง 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2503 นั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเสด็จด้วย
การเสด็จฯ ในครั้งนั้น ทั้งสองประองค์เสด็จเยือนสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรก ระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2503
จากนั้นเสด็จเยือนประเทศอื่น ๆ ในยุโรป โดยเสด็จฯ เยือนสหราชอาณาจักรเป็นประเทศแรก ระหว่างวันที่ 19 – 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2503
เสด็จฯ เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม พ.ศ. 2503
เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐโปรตุเกส ระหว่างวันที่ 22 – 25 สิงหาคม พ.ศ. 2503
เสด็จฯ เยือนสมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 29 – 31 สิงหาคม พ.ศ. 2503
เสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรเดนมาร์ก ระหว่างวันที่ 2 – 9 กันยายน พ.ศ. 2503
เสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรนอร์เวย์ ระหว่างวันที่ 15 – 21 กันยายน พ.ศ. 2503
เสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรสวีเดน ระหว่างวันที่ 25–26 กันยายน พ.ศ. 2503
เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐอิตาลีและนครรัฐวาติกัน ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 1 ตุลาคม พ.ศ. 2503
เสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรเบลเยียม ระหว่างวันที่ 4 – 7 ตุลาคม พ.ศ. 2503
เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 11–14 ตุลาคม พ.ศ. 2503
เสด็จฯ เยือนราชรัฐลักเซมเบิร์ก ระหว่างวันที่ 17–19 ตุลาคม พ.ศ. 2503
เสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 24 – 27 ตุลาคม พ.ศ. 2503
เสด็จฯ เยือนรัฐสเปน ระหว่างวันที่ 3 – 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2503
การเสด็จฯ เยือนสหรัฐอเมริกาและยุโรปในครั้งนั้น นับเป็นพระราชกรณียกิจครั้งสำคัญในการวางรากฐานเชื่อมความสัมพันธ์กับประเทศต่าง ๆยกระดับประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศทั่วโลก
ภายหลังการเสด็จฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือเรื่อง “ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศทางราชการ”
หนึ่งในข้อคิดที่ทรงพระราชนิพยธ์ไว้คือ “ข้าพเจ้ามีความภาคภูมิใจที่จะต้องกล่าวว่า ในการตามเสด็จ 15 ประเทศในครั้งนั้น นอกจากที่ไม่ตรงเวลาที่เมืองมาดริดเพราะมีเหตุสุดวิสัย พวกเราไม่เคยเสียชื่อในการล่าช้าเลย เพราะเราตรงเวลาตามหมายกำหนดการอยู่เสมอ การตรงเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเยือนต่างประเทศทางราชการ”
ในการโดยเสด็จครั้งนั้นนับว่าห่างไกลจากคำว่า เสด็จพระราชดำเนินไปทรงพักผ่อนสำราญพระราชอิริยาบถเป็นอย่างมาก ด้วยแต่ละประเทศ ได้เตรียมการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ จัดให้ทอดพระเนตรกิจกรรมทุกด้านให้มากที่สุด อันเป็นที่มาของพระราชนิพนธ์ที่แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในการใช้ภาษาที่ง่ายต่อการถ่ายทอดพระประสบการณ์ที่ได้ทอดพระเนตรในแต่ละอารยประเทศ มายังผู้อ่านได้อย่างสนุกสนาน
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังทรงช่วยตอบคำถามแก่บุคคลสำคัญแทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องต่าง ๆ อาทิ “ข้าพเจ้าจึงบอกคนไทยทั้งมวล ยังระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสมอ ที่ทรงช่วยให้เราเป็นไทอยู่ได้ทั้งกายและใจ”
รวมทั้งมีพระราชปฏิสันถารกับผู้มีชื่อเสียงในวงการฮอลลีวูดว่า การเสด็จทอดพระเนตรหนังไทย จะทำให้ผู้สร้างหนังมีกำลังใจ ปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ พระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระบรมราโชบายสนับสนุนอุตสาหกรรมการสร้างภาพยนตร์ ชาวฮอลลีวูดได้ฟังก็ชอบใจ เพราะเห็นใจผู้มีอาชีพเดียวกัน
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปทุกประเทศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีความประทับพระราชหฤทัยต่อพระประมุขของแต่ละประเทศ ที่ทำให้ทรงทราบว่า หลายประเทศต่างมีความปรารถนาดีต่อประเทศไทย โดยพระมหากษัตริย์และพระราชินีของประเทศนั้น ๆ ต่างแสดงความสนิทสนม ถวายพระเกียรติ และเป็นกันเอง
อาทิ การเสด็จเยือนประเทศเบลเยียม พระราชนิพนธ์ว่า “ทุกครั้งที่พระเจ้าอยู่หัวและข้าพเจ้าไปยุโรป ไม่ว่าจะอยู่ประเทศไหนก็ตาม สมเด็จพระราชาธิบดีโบดวงแห่งเบลเยียม มักทรงต่อโทรศัพท์มาถึงพระเจ้าอยู่หัวฯ และชวนให้พาข้าพเจ้าไปเยี่ยมท่าน เมื่อพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงตกลง ท่านก็ทรงส่งเรือบินพระที่นั่งของท่าน พร้อมทั้งราชองรักษ์ มารับเสด็จไปอยู่กับท่านฉันพี่น้อง”
สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงมีความสำคัญในการทำให้นานาชาติได้รู้จักประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ในฐานะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างเข้มแข็ง แม้จะเป็นพระราชินีที่มีพระชนมพรรษาน้อยที่สุดในโลกในขณะนั้น ทรงมีรอยพระสรวลอยู่ตลอดเวลา และทรงพระสิริโฉมงดงาม เป็นที่ประบใจแก่ทุกประเทศเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังทรงนำผลงานศิลปาชีพ ไปเผยแพร่สู่สายตาชาวต่างชาติ เพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณค่าความงดงามอันวิจิตรบรรจงของศิลปหัตถกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย
ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ มีพระราชประสงค์ที่จะเผยแพร่งานศิลปาชีพ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านไทยแก่ชาวต่างประเทศ เพิ่ให้ชาวต่างประเทศรู้จักศิลปหัตถกรรมของไทย อันจะช่วยขยายตลาดให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ พระองค์ทรงมีพระราโชบายในการเผยแพร่งานศิลปาชีพแก่ชาวต่างประเทศ โดยได้พระราชทานผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพเป็นของขวัญแก่อาคันตุกะและบุคคลสำคัญที่เป็นชาวต่างประเทศ โดยทรงเลือกผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพที่งดงาม เพื่อให้ผู้ได้รับพระราชทานเกิดความชื่นชมในศิลปะการประดิษฐ์ของไทย เป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ด้านการตลาดต่างประเทศอีกทางหนึ่ง
ที่สำคัญ ในการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปเยือนต่างประทเศแต่ละครั้ง สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดแสดงผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพในวโรกาสอันเป็นพิเศษ ดังเช่น เมื่อครั้งพระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของภริยาประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเสศในเวลานั้น ทรงเป็นประธานเปิดนิทรรศการสมบัติศิลป์แผ่นดินไทย ผลงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ณ หอไอเฟล หนึ่งในสถาปัตยกรรมระดับโลก
และในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีสหพันธรัฐรัสเซีย ในโอกาสฉลองครบรอบ 110 ปี ความสัมพัน์ไทย-รัสเซีย ซึ่งนำผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพมาจัดแสดงที่พระราชวังเครมลิน เป็นที่ประทับใจ อัศจรรย์ในผลงานที่ทรงคัดเลือกมาจากราษฎรที่ยากจนทั่วประเทศ มารับการฝึกศิลปาชีพ พัฒนาผลงานประณีตศิลป์ชั้นสูง มีความวิจิตรงดงามถึงระดับฝีมือช่างหลวง
พระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้สร้างคุณูปการใหญ่หลวงแก่คนไทยและประเทศไทย ด้วยทรงมีส่วนช่วยประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์ความเป็นไทย ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง และยังทรงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ส่งผลดีต่อการยกระดับความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ในมิติความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์ต่อราชวงศ์ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาล ความสัมพันธ์ทางการทูต และความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ
เรียบเรียงจาก กรมศิลปากร / สารคดีแม่ของแผ่นดิน