สถาบันเซรั่มแห่งเดนมาร์ก (SSI) เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดในลักษณะดังกล่าวเป็นการติดเชื้อแบบกลุ่มก้อน ซึ่งพบการระบาดของโรคโควิด-19 ในฟาร์มมิงค์ 216 แห่ง เมื่อนับถึงวันที่ 6 พ.ย. ผู้ติดเชื้อไวรัสที่กลายพันธุ์จากมิงค์ 214 ราย จากการทดสอบตัวอย่าง 5,102 รายการ ระหว่างสัปดาห์ที่ 24-42 หรือตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนตุลาคม
"ถือเป็นเรื่องร้ายแรง เนื่องจากในอนาคต วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จะมีประสิทธิภาพต้านการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ต่าง ๆ ลดลง"
และเมื่อจำแนกการติดเชื้อแบบกลุ่มก้อนออกเป็น 5 กลุ่ม พบว่า เชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์จากมิงค์ในผู้ป่วย "กลุ่มก้อนที่ 5" มีความต้านทานต่อแอนติบอดีเพิ่มขึ้น เนื่องจาก "โปรตีนหนาม" ของเชื้อไวรัสเปลี่ยนแปลงตัวเองจนสามารถเจาะเข้าสู่เซลล์ในร่างกายมนุษย์ได้
"มีการตรวจพบว่าผู้ป่วยกลุ่มก้อนที่ 5 ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์เฉพาะ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมของโปรตีนหนามพร้อมกัน 4 ครั้ง โดยเป็นเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ที่พบในฟาร์มมิงค์ของภูมิภาคนอร์ธ จัตแลนด์ จำนวน 5 แห่ง และในตัวอย่างจากผู้ป่วย 12 รายการ"
ข้อวิตกกังวลที่ว่า ความไวต่อแอนติบอดีจากวัคซีนอาจลดลงนั้นเดิมทีเป็นเพียงเรื่องทางทฤษฎี แต่ตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องจริงแล้ว เมื่ออ้างอิงผลการทดลองของสถาบันที่ออกครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 พ.ย.