สำนักงานปราบปรามยาเสพติดกลางสิงคโปร์ (CNB) รายงานพบแก๊งค้ายาเสพติดใช้วิธีการใหม่ในการขนยา
โฆษก CNB กล่าวว่า “การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้มีการปิดพรมแดนและการจำกัดการเคลื่อนไหวทั่วโลก ... แต่ถึงอย่างนั้นผู้ค้ายาเสพติดและแก๊งใต้ดินต่าง ๆ ก็ใช้วิธีการใหม่ ๆ ในการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในสิงคโปร์”
วิธีการใหม่ ๆ ที่ว่านั้น รวมถึงการใช้ “โดรน” เพื่อนำเข้ายาเสพติดจากประเทศใกล้เคียงอย่างมาเลเซีย
เมื่อวันที่ 13 พ.ย. CNB ประกาศ จับกุมและยึดยาเสพติดมูลค่าเกือบ 2 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (ราว 45 ล้านบาท) รวมถึงเฮโรอีน 14 กิโลกรัม เป็นการจับกุมยาเสพติดล็อตที่ใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี
อารอน ถัง (Aaron Tang) ผู้อำนวยการกองข่าวกรอง CNB กล่าวว่า “แม้จะมีข้อ จำกัดมากมายเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ผู้ค้ายาเสพติดก็ยังคงขอเสี่ยงค้ายาต่อไป”
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ชายชาวสิงคโปร์ 2 คนถูกจับกุมในข้อหาใช้โดรนนำเข้ายาเสพติดจากมาเลเซีย โดรนถูกดักจับที่ Kranji Reservoir Park และพบว่าที่ขาโดรนหิ้วถุงดำบรรจุไอซ์ 278 กรัมมาด้วย
ตำรวจกล่าวในเวลานั้นว่า ข้อมูลการบินที่ดึงมาจากโทรศัพท์เครื่องหนึ่งของผู้ต้องสงสัยแสดงให้เห็นว่า พวกเขาใช้โดรนบินจาก Kranji ไปยัง Johor Bahru และกลับมาที่ Kranji อีกครั้ง
ตามรายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติที่เผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคม ข้อจำกัดในสถานการณ์โควิด-19 เช่น การปิดชายแดน ขัดขวางห่วงโซ่อุปทานยาเสพติด ทำให้ผู้ค้าพยายามมองหาเส้นทางหลบเลี่ยงอื่น ๆ
โฆษกของ CNB กล่าวว่า หน่วยงานมีความมุ่งมั่นที่จะรักษาสิงคโปร์ให้ปลอดภัยจากยาเสพติด “CNB จะไม่ลังเลที่จะตรวจสอบและดำเนินการหากตรวจพบความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับยาเสพติด” โฆษกระบุ
ข้อมูลที่รวบรวมโดยสำนักข่าว Channel News Asia พบว่า CNB ยึดเฮโรอีนได้มากขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา ซึ่งนับรวมแล้วมากกว่าปีที่แล้วทั้งปี
เรียบเรียงจาก Channel News Asia
ภาพกจาก Shutterstock