ระหว่างการประชุมพิเศษขององค์การสหประชาชาติ ในประเด็นโควิด-19 ที่จัดขึ้นเมื่อวานนี้ในสหรัฐฯ มีประเด็นน่าสนใจจาก อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการขององค์การสหประชาชาติ กูเตอร์เรสเริ่มต้นด้วยการยกย่องความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ ที่ทำให้โลกมีวัคซีนต้านโควิด-19 ในเวลาอันรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่า วัคซีนไม่ใช่ยาวิเศษที่แก้ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกได้ในขณะนี้
โดยปัญหาที่กูเตอร์เรสหมายถึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ เชื้อไวรัสโควิด แต่หมายถึงผลกระทบอื่น ๆ จากเชื้อตัวนี้ตลอดปี 2020 เช่น ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ความยากจน ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลกระทบยาวถึง 10 ปี คำเตือนล่าสุดจากเลขาธิการสหประชาชาติเป็นการย้ำสติผู้คนถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น เนื่องจากในช่วงหลังมานี้ กระบวนการพัฒนาวัคซีนกลายมาเป็นประเด็นหลักที่หลายฝ่ายให้ความสนใจมากกว่าการระบาด บนเวทีการประชุม กูเตอร์เรสยังเน้นย้ำถึงบรรดาประเทศกำลังพัฒนา โดยเขาได้ยกตัวอย่างสถานการณ์ว่า บางประเทศอาจต้องเลือกระหว่างแจกจ่ายวัคซีนให้ผู้คน หรือนำเงินไปจ่ายหนี้สาธารณะ ซึ่งทั้งสองเรื่องล้วนต้องการการแก้ไขเร่งด่วนพอกัน ดังนั้นกูเตอร์เรสจึงเรียกร้องให้ในที่ประชุมช่วยเหลือประเทศเหล่านี้ให้เข้าถึงวัคซีน ด้วยการระดมทุนในช่วงอีก 2 เดือนข้างหน้า โดยตั้งเป้าไว้ที่ 4,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 130,000 ล้านบาท
อีกประเด็นที่กูเตอร์เรสยกขึ้นมาคือ ความไม่เท่าเทียมทางสังคม หลายเดือนของการระบาด เขาชี้ว่าโควิด-19 ได้เปิดเปลือยปัญหาเชิงโครงสร้าง ตลอดจนความเหลื่อมล้ำ เมื่อผู้ติดเชื้อจำนวนมากในหลายประเทศ ล้วนเป็นแรงงานที่มีฐานะยากจน เป็นผู้หญิงและเด็ก หรือเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในสลัม ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกันได้ เหล่านี้คือปัญหาระยะยาวที่จำต้องได้รับการแก้ไข นั่นหมายความว่าต่อให้ในหลายประเทศ ผู้คนได้รับวัคซีนแล้ว แต่รัฐบาลยังคงมีเรื่องมากมายที่ต้องทำ
ทั้งนี้การประชุมพิเศษขององค์การสหประชาชาติจะเกิดขึ้น 2 วัน สิ้นสุดลงในวันศุกร์นี้ ตามเวลาสหรัฐฯ โดยจะเป็นเวทีที่ผู้นำโลกเกือบ 100 ประเทศ มีโอกาสมารวมตัวกันและแสดงทัศนะต่อวิกฤตการระบาด รวมถึงแนวทางแก้ปัญหา ส่วนใหญ่เป็นการอัดวิดีโอมาเปิดในงานประชุม เพราะการระบาดในสหรัฐฯ ยังคงหนักหน่วง อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายวิจารณ์ว่า เป็นการจัดการประชุมที่ล่าช้าเกินไป เพราะควรจะเกิดขึ้นตั้งแต่ในช่วงแรก ๆ ที่โควิดระบาด