วุฒิสภาของอาร์เจนตินาผ่านกฎหมายเรียกเก็บภาษีกับบุคคลที่มั่งคั่งร่ำรวยที่สุดของประเทศประมาณ 12,000 คนเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ให้กับคนยากจนไปจนถึงธุรกิจรายย่อยต่างๆ โดยจะมุ่งเน้นไปที่การซื้อเวชภัณฑ์และการให้เงินช่วยเหลือ ซึ่งกฎหมายดังกล่าว มีการถกเถียงกันมาอย่างยาวนาน แต่ในที่สุดก็ผ่านการโหวตจากสมาชิกวุฒิสภา ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 42 เสียงและคัดค้าน 26 เสียง
รัฐบาลของประธานาธิบดี อัลเบอร์โต เฟอร์นันเดซ คาดว่าจะเก็บภาษีจากส่วนนี้ได้ประมาณ 3 แสนล้านเปโซ (3.75 พันล้านดอลลาร์) หรือ 1.12 หมื่นล้านบาท โดยรายได้จากการเก็บภาษีส่วนนี้ แบ่งเป็น
- อุปกรณ์ทางการแพทย์ 20 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่จัดเก็บ
- ช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง 20 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่จัดเก็บ
- ทุนการศึกษาของนักเรียน 20 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่จัดเก็บ
- เพื่อการพัฒนาสังคม 15 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่จัดเก็บ
- สำหรับกิจการก๊าซธรรมชาติ 25 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่จัดเก็บ
อย่างไรก็ตาม ประชากร 44 ล้านคนในอาร์เจนตินาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากไวรัสโควิด-19 โดยมีผู้ป่วยมากกว่า 1.4 ล้านรายและเสียชีวิตกว่า 39,500 ราย ตามรายงานจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ และการระบาดครั้งนี้ยิ่งซ้ำเติมให้อัตราการว่างงานและความยากจนทวีความรุนแรงมากขึ้นหลังจากที่อาร์เจนตินาอยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอยตั้งแต่ปี 2561
การเก็บภาษีคนรวยครั้งนี้ถูกเรียกว่า "ภาษีของเศรษฐี" โดยเป้าหมายคือชาวอาร์เจนตินาที่มีทรัพย์มากกว่า 200 ล้านเปโซ หรือ 73 ล้านบาท จะจ่ายเงินในอัตราก้าวหน้าสูงถึง 3.5 เปอร์เซ็นต์ และ 5.25 เปอร์เซ็นต์ สำหรับชาวต่างชาติที่ร่ำรวยและอาศัยอยู่ในอาร์เจนตินา
เรียบเรียงจาก AFP