แต่ตอนนี้ยอดผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้กลับมาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสาเหตุหลักๆ มาจากการที่ประชาชนการ์ดตก จนทำให้เกาหลีใต้อาจต้องหันมาใช้มาตรการล็อกดาวน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาดของเกาหลีใต้รายงานว่า พบยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันสูงถึง 1,078 ราย สูงที่สุดตั้งแต่เกาหลีใต้เผชิญกับวิกฤตโรคระบาด
เริ่มตั้งแต่เมื่อวานนี้ที่เกาหลีใต้มียอดผู้ติดเชื้อรายวันเกิน 1,000 ราย (เลข 1,078 ใน CG) เปรียบเทียบกับช่วงเดือนตุลาคม (หรือ 2 เดือนที่แล้ว) ยอดผู้ติดเชื้อมีเพียง 100 รายต่อวัน คาดว่า เร็วๆ นี้ยอดผู้ติดเชื้ออาจสูงถึง 1,200 รายต่อวัน ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดคยองกี เมืองอินชอน และกรุงโซล
กรุงโซลคือเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในเกาหลีใต้ หรือราว 26 ล้านคน จากประชากรราว 51 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งยอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้กรุงโซลเสี่ยงขาดแคลนเตียงสำหรับผู้ป่วย ขณะนี้กรุงโซลเหลือเตียงสำหรับผู้ป่วยหนักเพียง 3 เตียงเท่านั้น สถานการณ์โรคระบาดที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อาจทำให้เกาหลีใต้ต้องกลับไปใช้มาตรการเข้มงวดเหมือนช่วงต้นปีที่ผ่านมา
ขณะนี้เกาหลีใต้อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมโรคระบาดระดับที่ 2.5 ซึ่งห้ามประชาชนรวมตัวเกิน 49 คน หากเกาหลีใต้ยกระดับมาตรการควบคุมโรคระบาดเป็นระดับ 3 ซึ่งเป็นมาตรการเข้มงวดที่สุด ประชาชนจะไม่สามารถรวมตัวได้เกิน 9 คน
ธุรกิจที่ไม่จำเป็น อย่าง ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงภาพยนต์ และร้านทำผมต้องปิดให้บริการ โรงเรียนทั่วประเทศต้องถูกปิดและเปลี่ยนเป็นการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์แทน แต่ยังไม่มีรายงานเปิดเผยว่า เกาหลีใต้จะเริ่มใช้มาตรการแบบเข้มงวดเมื่อไหร่
ก่อนหน้านี้เกาหลีใต้เป็นประเทศที่รับมือกับการระบาดได้ดี โดยไม่ใช้มาตรการล็อกดาวน์เหมือนประเทศอื่น จนเป็นโมเดลศึกษาของหลายประเทศ
ตั้งแต่ไวรัสโควิด-19 เริ่มระบาดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้ถือเป็นประเทศที่รับมือกับวิกฤตไวรัสได้ดี ตอนนั้นใช้วิธีจำกัดการรวมตัว ใส่หน้ากากอนามัยอย่างเข้มงวด โดยไม่ใช้มาตรการล็อกดาวน์ ที่สำคัญคือใช้วิธีตรวจหาเชื้อแบบกว้างขวางทำให้ติดตามและกักตัวผู้ติดเชื้อได้เร็ว ก็เลยคุมได้ แต่พอเข้าช่วงเดือนพฤษภาคม พบเกาหลีใต้พบกลุ่มก้อนการระบาดใหม่เพราะมีละเมิดมาตรการ เช่นการระบาดที่เกิดจากโบสถ์ซารางเจอิล ในกรุงโซล เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทางโบสถ์จัดงานรวมตัวที่ฝ่าฝืนมาตรการของรัฐบาล ปรากฎพบผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ถึง 1,100 ราย
อีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้เพิ่มสูงขึ้นก็คือ การแพร่เชื้อของผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ ตัวเลขเดือนที่แล้ว ผู้ติดเชื้อกว่าร้อยละ 40 ที่นั่นเป็นผู้ตอดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มหนุ่มสาว ทำให้ไม่ระมัดระวังและแพร่ระบาดไปกว้าง เกาหลีใต้ สั่งซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพียงพอสำหรับควบคุมโรคระบาดในประเทศแล้ว แต่อาจต้องรอวัคซีนไปอีกหลายเดือน คาดว่าจะเริ่มฉีดวัคซีนได้เร็วที่สุดกลางปีหน้า
กระทรวงสาธารณสุขของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ได้สั่งซื้อวัคซีน 64 ล้านโดส จากผู้ผลิตหลายราย อย่าง แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ และโมเดอร์นา
นอกจากนี้ยังจะได้อีก 10 ล้านโดสจากโครงการ COVAX ของ WHOเมื่อรวมทั้งหมดแล้ว จำนวนวัคซีนพอสำหรับฉีดให้ประชาชนร้อยละ 88 หรือ 44 ล้านคน จากประชากรทั้งหมดที่มีราว 51 ล้านคน ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มากพอ เนื่องจากองค์การอนามัยโลกแนะนำว่า แต่ละประเทศควรฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ประชากรร้อยละ 70 ของประเทศ จึงจะสามารถควบคุมสถานการณ์โรคระบาดในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ คาดว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ล็อตแรกจะเดินทางมาถึงเกาหลีใต้ในเดือนมีนาคม ปี 2021
แต่จะไม่เริ่มฉีดให้ประชนทันทีเพราะต้องการศึกษาติดตามความปลอดภัยอละผลข้างเคียงของวัคซีนอย่างน้อย 2-3 เดือน โดยเกาหลีใต้ตั้งเป้าเริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชนในวงกว้างในช่วงครึ่งปีหลัง ของปี 2021 ขณะนี้เกาหลีใต้มียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมกว่า 45,000 ราย และมียอดผู้เสียชีวิตกว่า 600 ราย