“ทรัมป์” กล่าวอำลาตำแหน่ง อวยพรรัฐบาลใหม่
ตามธรรมเนียมการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ดำเนินมาหลายทศวรรษ มักจะมีการมอบจดหมายจากประธานาธิบดีที่เพิ่งพ้นตำแหน่งให้กับประธานาธิบดีที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง เช่นเดียวกับที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องมอบจดหมายให้ โจ ไบเดน ด้วยเหตุนี้จึงเกิดการคาดเดากันไปต่าง ๆ นานาโดยบรรดาชาวเน็ตต่างประเทศว่า “เนื้อความในจดหมายทรัมป์ถึงไบเดน จะเขียนว่าอะไร”
เบื้องต้นไบเดนบอกกับสื่อเพียงว่า “เพราะมันค่อนข้างเป็นเรื่องส่วนตัว ผมจะไม่พูดถึงเรื่องนี้จนกว่าจะได้คุยกับเขา แต่มันเป้นจดหมายที่แสดงความใจกว้าง”
ในตอนแรกจะมีการคาดการณ์ว่าประเพณีมอบจดหมายอาจสิ้นสุดลงที่สมัยของทรัมป์ หลังเจ้าตัวประกาศไม่เข้าร่วมพิธีสาบานตนของไบเดน
อย่างไรก็ตาม จากคำพูดดังกล่าวของไบเดน ทำให้พอจะอนุมานได้ว่า ทรัมป์เขียนจดหมายให้ไบเดนจริง แต่ไม่มีใครรู้ว่าเนื้อความข้างในเป็นอย่างไร
หนึ่งในผู้ช่วยระดับสูงของทรัมป์อธิบายว่า จดหมายดังกล่าวเป็น “บันทึกส่วนตัว” ที่มีเนื้อหาภาวนาให้ประเทศและฝ่ายบริหารชุดใหม่ที่จะดูแลประเทศประสบความสำเร็จ
ความลึกลับของเนื้อความจดหมายนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชาวเน็ตพากันตัดต่อจดหมายเผยแพร่ในโลกโซเชียลเป็นมีม ไม่ว่าจะเป็นจดหมายที่ระบุว่า “โจ นายก็รู้ว่าฉันชนะ” หรือจดหมายที่ระบุว่า “โจ ฉันรู้ว่านายชนะ” รวมถึงจดหมายที่ทำขึ้นเพื่อล้อเลียนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน
ในอดีตที่ผ่านมามีประธานาธิบดีหลายคนที่พ่ายแพ้ให้กับคู่แข่ง ไม่สามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อได้ แต่จดหมายที่มีการเปิดเผยในภายหลังก็แสดงให้เห้นว่า อดีตประธานาธิบดีที่พ่ายแพ้แต่ละคนล้วนใจกว้างพอ ที่จะเขียนจดหมายที่มีเนื้อความเชิงบวกให้อีกฝ่าย
แม้จะเรื่องน่าแปลกใจที่ทรัมป์ยึดถือประเพณีส่งจดหมายนี้ทั้งที่เขาแสดงตัวชัดเจนมาตลอดว่ามีปัญหากับไบเดน แต่คาดว่าเขาต้องการทำเหมือนกับที่เขาได้รับจดหมายจาก บารัค โอบามา เมื่อปี 2017 ตอนที่เขาได้ตำแหน่ง
มีข้อมูลว่า เมื่อทรัมป์ได้รับจดหมายของโอบามา เขาก็พยายามโทรศัพท์หาอีกฝ่ายทันทีที่ได้อ่านในวันเข้ารับตำแหน่ง แต่ขณะนั้นโอบามาบินไปปาล์มสปริงส์และไม่สามารถรับสายได้
เมื่อผู้ช่วยคนหนึ่งของโอบามาติดต่อกลับมาที่ทำเนียบขาว เจ้าหน้าที่ของทรัมป์ก็บอกว่า ทรัมป์เพียงแค่ต้องการกล่าวขอบคุณสำหรับจดหมายนั้น
ทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า จดหมายของโอบามานั้น “ยาว ซับซ้อน ชวนคิด ... ต้องใช้เวลาในการอ่าน และผมก็ดีใจที่ได้รับมัน”
เรียบเรียงจาก ABC / CNN