“ทรัมป์”จะถูกกำจัดออกจากการเมืองสหรัฐฯ หรือไม่?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้วที่โดนัลด์ ทรัมป์โบกมือลาตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ แต่ชื่อของเขายังไม่หายไปจากการเมืองสหรัฐฯ เพราะสภาคองเกรสยังคงให้ความสำคัญกับการพิจารณาถอดถอนทรัมป์ออกจากตำแหน่ง เพื่อกำจัดเขาออกจากการเมืองอย่างถาวร

หนึ่งสัปดาห์ก่อนทรัมป์หมดวาระ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติเห็นชอบกับญัตติถอดถอนทรัมป์ จากนั้นรีบส่งญัตติถอดถอนทรัมป์มาให้วุฒิสภาพิจารณาต่อ สัปดาห์นี้ วุฒิสภาที่ตอนนี้เดโมแครตครองเสียงข้างมากจึงรีบรับช่วงต่อและกำหนดไทม์ไลน์ไว้ว่า จะเริ่มการพิจารณาถอดถอนทรัมป์ในอีก 3 สัปดาห์หลังจากนี้ แต่ก่อนที่กระบวนการจะเริ่มขึ้น ก็เริ่มมีเสียงทักท้วงจากสมาชิกวุฒิสภาสังกัดพรรครีพับลิกันว่า ตามรัฐธรรมนูญแล้ว วุฒิสภาอาจไม่สามารถพิจารณาถอดถอนประธานาธิบดีที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว การถอดถอนทรัมป์อาจไม่ง่ายอย่างที่เดโมแครตคิด

คนที่หยิบยกประเด็นว่า ตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ เมื่อประธานาธิบดีคนนั้นออกจากตำแหน่งไปแล้ว วุฒิสภาอาจไม่สามารถไต่สวนและถอดถอนประธานาธิบดีได้ คือ แรนด์ พอล สมาชิกวุฒิสภาสังกัดพรรครีพับลิกัน

ซึ่งเป็นคำถามทางกฎหมายที่ยังคงถกเถียงกันในสหรัฐฯ โดยแรนด์ พอลได้หยิบยกบางส่วนบางตอนของรัฐธรรมนูญขึ้นมาอ้างว่า โดนัลด์ ทรัมป์ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งอะไรแล้ว ดังนั้นจะนำมาตรากฎหมายถอดถอนประธานาธิบดีมาใช้กับเขาเมื่อครั้งที่เขาไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนั้นแล้วไม่ได้

เมื่อวานนี้ (26 ม.ค.) แรนด์ พอล จึงเรียกร้องให้วุฒิสภาเปิดให้สมาชิกลงมติว่า วุฒิสภาควรจะเดินหน้าไต่สวนและพิจารณาถอดถอนโดนัลด์ ทรัมป์ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีหรือไม่

ซึ่งในขั้นตอนนี้จะต้องได้เสียงข้างมากจากวุฒิสภาในการเดินหน้าหรือยับยั้งกระบวนการถอดถอนทรัมป์ ในวุฒิสภา เดโมเครตและรีพับลิกันมีเสียงเท่าๆกันคือ  50/50 แปลว่า ต้องมี สว.รีพับลิกันอย่างน้อย 1 คนแตกแถวมาโหวตร่วมกับพรรคเดโมเครต ปรากฎกว่าคนแตกแถวมีมากกว่านั้น มี สว.รีพับลิกันถึง 5 คนโหวตให้กับการเดินหน้ากระบวนการไต่สวนและถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์

 อีกนัยหนึ่งคือ เห็นด้วยกับประเด็นข้อกฏหมายที่ว่า วุฒิสภามีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการพิจารณาถอดถอนโดนัลด์ ทรัมป์ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี แม้ว่าเขาจะพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ผลการลงมติออกมาได้เป็น 55 ต่อ 45 เสียง

นักกฎหมายและสมาชิกวุฒิสภาที่มองว่า การลงมติถอดถอนทรัมป์ แม้เขาจะไม่อยู่ในตำแหน่งแล้ว สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ ได้อ้างถึงบางส่วนบางตอนของรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ชัดเจนว่า หากวุฒิสภามีมติถอดถอนอดีตประธานาธิบดี เมื่อครั้งที่เขาพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว การถอดถอนนั้นจะส่งผลให้บุคคลนั้นไม่สามารถกลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อีก

แม้ว่ากระบวนการถอดถอนทรัมป์ในข้อหาปลุกปั่นให้เกิดกาาจลาจลจะดำเนินต่อไปได้ โดยกำหนดการคือ สว. จะมีการเปิดการไต่สวนเรื่องนี้ในวันที่  9 กุมภาพันธ์ แต่โอกาสที่จะถอดถอนทรัมป์ได้สำเร็จก็มีไม่สูงมากเพราะอะไร ก็เพราะขั้นตอนสุดท้ายนี้ต้องให้เสียง ส.ว. 2 ใน 3

นั่นแปลว่า ต้องมี สว.จากพรรครีพับลิกันแตกแถวถึง 17 คน ซึ่งโอกาสเป็นไปได้ยากมาก เพราะการแตกแถวล่าสุดในเรื่องประเด็นว่า วุฒิสภามีอำนาจถอดถอนประธานาธิบดีที่หมดวาระไปแล้วหรือไม่ มี สว. รีพับลิกันแตกแถวมาเพียง 5 คนเท่านั้น ตอนนี้พรรครีพับลิกันและเดโมแครตมีที่นั่งในวุฒิสภาอยู่เท่ากันคือ 50 ต่อ 50การที่จะถอดถอนทรัมป์ได้สำเร็จ ต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากวุฒิสภา 2 ใน 3 หรือ 67 เสียง จาก 100 เสียง

ดังนั้นหมายความว่า จะต้องมีส.ว.พรรครีพับลิกัน 17 คน แตกแถวมาลงมติเห็นชอบให้ถอดถอนทรัมป์

แต่การที่เบื้องต้นมีส.ว.พรรครีพับลิกันเพียง 5 คนลงมติความเห็นว่า วุฒิสภามีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการพิจารณาถอดถอนทรัมป์ สะท้อนว่า ส.ว.พรรครีพับลิกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการถอดถอนทรัมป์

โดยคนสำคัญในวุฒิสภาฝั่งรีพับลิกันที่ลงมติไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาถอดถอนทรัมป์ เมื่อเขาออกจากตำแหน่งไปแล้ว คือมิตช์ แมคคอนเนล อดีตประธานวุฒิสภาเสียงข้างมาก

ซึ่งก่อนหน้านี้ท่าทีของแมคคอนเนลเป็นที่จับตามอง เพราะเขาถือเป็นสว.อาวุโสของรีพับลิกัน ดังนั้นก่อนหน้านี้สว.พรรครีพับลิกันคนอื่นๆ ได้สงวนท่าทีรอทิศทางจากแมคคอนเนล หากเขาคิดเห็นอย่างไร ที่เหลือก็อาจพร้อมจะลงมติไปในทิศทางเดียวกับเขา

ท่าทีของแมคคอนเนลนับว่ากลับลำ เพราะก่อนหน้านี้เขาออกมาประณามทรัมป์อย่างชัดเจนว่า เขาเป็นคนปลุกระดมมวลชนให้ก่อจลาจล ในเหตุการณ์ม๊อบบุกอาคารรัฐสภาในวันที่ 6 มกราคม และต่อมาเขายังเห็นด้วยกับการเปิดทางให้วุฒิสภาพิจารณาถอดถอนทรัมป์

ล่าสุดแมคคอนเนลยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใดๆ ต่อท่าทีล่าสุดของตัวเอง

ก่อนหน้านี้รีพับลิกันค่อนข้างเสียงแตกว่าควรจะถอดถอนทรัมป์หรือไม่ คนที่เห็นด้วยกับการถอดถอนมองว่า รีพับลิกันจะได้ล้างภาพทรัมป์ออกจากพรรค ขณะที่คนไม่เห็นด้วยมองว่า การถอดถอนทรัมป์ เปรียบเสมือนการยอมรับให้พรรคตัวเองมีรอยด่างพร้อย

แต่การที่สุดท้ายแล้ว สว.พรรครีพับลิกันส่วนใหญ่ต้องการยับยั้งการพิจารณาถอดถอนทรัมป์ จากก่อนหน้านี้ที่เสียงค่อนข้างแตก สะท้อนว่า ตอนนี้รีพับลิกันอาจตัดสินใจกลับมาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการไม่ถอดถอนอดีตผู้นำของตัวเอง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ