ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การประกาศรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี 2026 หลังรางวัลตกเป็นของ นาวาเนเทม "นาวี" พิลเลย์ อดีตผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศและอดีตข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
ไม่กี่ชั่วโมงหลังประกาศผลเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ทรัมป์กล่าวระหว่างการปราศรัยว่า การตัดสินครั้งนี้น่าอับอายและน่าขายหน้า พร้อมบอกว่าไม่เคยได้ยินชื่อผู้ชนะที่เขาเรียกว่าเป็น "บุคคลปริศนา" มาก่อน
ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า การตัดสินดังกล่าวถือเป็นตราบาปที่ลบไม่ออกของประเทศนอร์เวย์ และทิ้งท้ายว่า "เราจะไม่มีวันลืม"
ระหว่างการปราศรัยที่เมืองซีราคิวส์ รัฐนิวยอร์ก ทรัมป์กล่าวถึงความไม่พอใจที่ไม่ได้รับรางวัล พร้อมอ้างว่าเขาช่วยยุติสงครามมาแล้ว 8 ครั้ง และกำลังจะยุติหรือชนะอีก 2 ความขัดแย้ง
เขายังโจมตีคณะกรรมการโนเบลว่า ทำให้รางวัลสันติภาพเสื่อมเสียชื่อเสียง และกล่าวหาผู้ตัดสินว่าเป็นกลุ่มคนที่มีแนวคิดสุดโต่ง ต่อต้านประชาธิปไตย และเป็นศัตรูของอารยธรรม
แม้ทรัมป์จะพุ่งเป้าวิจารณ์ไปที่ประเทศนอร์เวย์ แต่ผู้ตัดสินผู้ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพคือ คณะกรรมการโนเบลแห่งนอร์เวย์ ซึ่งทำหน้าที่คัดเลือกผู้ได้รับรางวัลอย่างเป็นอิสระ
เมื่อปี 2025 โยนาส การ์ สเตอเรอ นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ เคยอธิบายเรื่องนี้กับทรัมป์แล้วว่า รัฐบาลนอร์เวย์ไม่ได้เป็นผู้ตัดสินว่าใครจะได้รับรางวัล
หลังทราบข่าวการคว้ารางวัล นาวาเนเทม "นาวี" พิลเลย์ วัย 85 ปี ซึ่งอยู่ที่อาคารศาลยุติธรรมในนูเรมเบิร์ก ในเวลานั้น แสดงอาการประหลาดใจ และกล่าวในตอนแรกว่า ข่าวนี้ต้องเป็นเรื่องล้อเล่นแน่ ๆ เมื่อผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นร่วมปรบมือแสดงความยินดี เธอยังพูดติดตลกว่า หากทุกคนปรบมือให้อีกหน่อย เธออาจแบ่งรางวัลนี้กับทรัมป์
คำพูดดังกล่าวเป็นเพียงมุกของพิลเลย์ เพราะตามกฎของคณะกรรมการโนเบล เมื่อประกาศผู้ได้รับรางวัลแล้ว รางวัลจะไม่สามารถถูกเพิกถอน แบ่ง หรือโอนไปให้บุคคลอื่นได้
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์แสดงความไม่พอใจหลังพลาดรางวัลโนเบลสันติภาพ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2025 รางวัลตกเป็นของมาเรีย โกรินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา ขณะที่ทำเนียบขาวในเวลานั้นกล่าวหาคณะกรรมการว่าให้ความสำคัญกับการเมืองมากกว่าสันติภาพ
ต่อมาในเดือนมกราคม มาชาโดนำเหรียญรางวัลโนเบลของเธอมอบให้ทรัมป์ระหว่างพบกันที่ทำเนียบขาว โดยเธอระบุว่าเป็นการแสดงการยอมรับต่อความมุ่งมั่นของเขาที่มีต่อเสรีภาพของเวเนซุเอลา โดยทรัมป์กล่าวผ่านโซเชียลมีเดียในเวลานั้นว่าเป็นท่าทีอันยอดเยี่ยมของการเคารพซึ่งกันและกัน
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการโนเบลออกมาชี้แจงภายหลังว่า รางวัลโนเบลไม่สามารถโอนให้ผู้อื่นได้ โดยเมื่อมีการประกาศผลแล้ว การตัดสินถือเป็นที่สิ้นสุดและมีผลตลอดไป
ที่มา: BBC