เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา แอนดรูว์ เฮิร์ด ชาวประมงวัย 69 ปีจากควีนส์แลนด์ ได้ออกไปหาปลาใกล้กับเกาะฮินชินบรูก และหายตัวไปไม่มีใครพบเห็นอีกเลย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจควีนส์แลนด์พยายามสืบสวนการหายตัวไปของเฮิร์ดแต่ก็ไม่พบ
กระทั่งเมื่อวันที่ 14 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณที่คาดว่าเฮิร์ดจะไปตกปลา และพบกับจระเข้สองตัว ตัวแรกมีขนาด 4.2 เมตร อีกตัวมีขนาด 3 เมตร
ในบริเวณดังกล่าวเจ้าหน้าที่พบซากชิ้นส่วนมนุษย์ กรมสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ควีนส์แลนด์ (DES) จึงตัดสินใจจับและฆ่าจระเข้ทั้งสองตัว หลังมีข้อสันนิษฐานว่า เฮิร์ดอาจเสียชีวิตแล้วถูกจระเข้กิน
รักษาการสารวัตรประจำควีนส์แลนด์ แอนดรูว์ คาววี กล่าวในงานแถลงข่าววันที่ 15 ก.พ. ว่า “เราสามารถยืนยันได้ว่า เราพบซากศพมนุษย์ในจระเข้แรกเท่านั้น กระบวนการตรวจสอบจระเข้ตัวที่สองยังไม่เสร็จสมบูรณ์”
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบเรือขนาดเล็กที่ได้รับความเสียหายค่อนข้างมาก คาววีกล่าวเสริมว่า การสอบสวนจะถูกส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ
“นี่เป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้า ... โปรดอย่าลืมบอกคนอื่น ๆ ไว้เสมอว่าคุณกำลังจะไปไหน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีอุปกรณ์ความปลอดภัยที่เหมาะสมเสมอ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ความปลอดภัยนั้นได้ในสถานการณ์ฉุกแนเร่งด่วน” คาววีกล่าว
ชาวประมงอีกคนบอกกับ 7News ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ CNN ว่า เขาเคยมีประสบการณ์พบจระเข้ขนาดใหญ่ในพื้นที่เดียวกับที่เฮิร์ดหายตัวไป
“มันตัวยาวน่าจะเกือบเท่าเรือของผม ราว 4.5 เมตรได้ และมันเข้ามาชนเรือของเรา มันทำให้เรากลัวมาก ๆ”
เหตุการณ์นี้นับเป็นเหตุคนถูกจระเข้ทำร้ายเป็นครั้งที่ 3 แล้วในควีนส์แลนด์เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ นก่อนหน้านี้มีนักว่ายน้ำในแคนส์และไวปารอดชีวิตจากการเผชิญหน้ากับจระเข้
เหตุจระเข้ทำร้ายคนเป็นเรื่องที่พบได้ยากในออสเตรเลีย แต่เจ้าหน้าที่รัฐควีนส์แลนด์ดำเนินการรณรงค์ด้านความปลอดภัยสาธารณะ คอยแจ้งเตือนชาวเมืองถึงความเสี่ยงในการว่ายน้ำหรือพักผ่อนใกล้แหล่งน้ำที่มีจระเข้ชุกชุม
ออสเตรเลียเจอช็อกโกแลตอายุ 120 ปี
เด็กหญิงช่วยฉลามติดซอกหินในออสเตรเลีย
เรียบเรียงจาก CNN
ภาพจาก Shutterstock