“จระเข้” เร่งขยายพอร์ต รุกตลาดอาเซียน ดันรายได้ต่างประเทศแตะ 20%
“จระเข้” ปรับกลยุทธ์การตลาด รับเศรษฐกิจผันผวน ดันเคมีภัณฑ์–แบรนด์ใหม่ เจาะอาเซียน เร่งปั้นรายได้ต่างประเทศ ตั้งเป้าโต 20% ภายใน 3-5 ปี
ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน ขณะที่ฝั่งตลาดวัสดุก่อสร้าง ยังมีแนวโน้ม "ทรงตัว" ตามข้อมูลของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุว่า แนวโน้มภาคก่อสร้างและตลาดวัสดุก่อสร้างปี 2569 ว่ามูลค่ารวมอุตสาหกรรมก่อสร้าง อยู่ที่ราว 1.41 ล้านล้านบาท แนวโน้ม "ทรงตัว"
โดยแบ่งเป็นการก่อสร้างภาครัฐ 860,000 ล้านบาท ขยายตัวเพียง 1% จากปีก่อน ส่วนการก่อสร้างภาคเอกชนมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องเหลือ 551,000 ล้านบาท หดตัว 1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ส่วนภาคเอกชน ยังคงเผชิญภาวะชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มอาคารที่อยู่อาศัยที่หดตัวตามตลาดอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่อาคารพาณิชย์มีแนวโน้มทรงตัว ทั้งนี้ พื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างในปี 2024 ที่หดตัวแรงและคาดว่าจะลดลงต่อเนื่องในปี 2568 จะส่งผลให้กิจกรรมการก่อสร้างเอกชนชะลอลงในระยะถัดไป
จระเข้ปรับกลยุทธ์เน้น “บาลานซ์พอร์ต”
บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เดินหน้าปรับกลยุทธ์ธุรกิจครั้งสำคัญ โดยเน้นการ “บาลานซ์พอร์ต” ระหว่างตลาดในประเทศกับต่างประเทศ พร้อมเร่งขยายกลุ่มสินค้าใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตในปี 2569
นายจิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยกับ PPTV Wealth ว่า ปัจจุบันรายได้หลักของบริษัทยังคงมาจากประเทศไทยในสัดส่วนมากกว่า 80% ขณะที่ รายได้จากต่างประเทศ ยังอยู่ที่ระดับกว่า 10%
บุกตลาดต่างประเทศ 20% ใน 5 ปี
แต่บริษัทตั้งเป้าผลักดันสัดส่วนต่างประเทศขึ้นสู่ระดับ 20% ภายใน 3–5 ปี ผ่านการขยายตลาดในอาเซียนและประเทศศักยภาพเฉพาะกลุ่ม
ปัจจุบัน จระเข้ คอร์ปอเรชั่น มีโรงงานผลิต 1 แห่ง ที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งยังรองรับการเติยโตได้ แต่จะเลือกใช้กลยุทธ์ ขยายกำลังการผลิตภายในพื้นที่เดิม แทนการตั้งโรงงานใหม่ หรือย้ายฐานการผลิต ทำให้ยังไม่มีแผนตั้งโรงงานผลิตในระยะสั้น แต่จะพิจารณาควบคู่กับยอดขายในประเทศนั้นๆ เพื่อให้การลงทุนสามารถคุ้มทุนในระยะยาว
ขยายฐานกลุ่มเจ้าของบ้าน เน้นผลิตภัณฑ์เพื่อการซ่อมแซม
ขณะที่ ในเชิงโครงสร้างสินค้า จระเข้ แบ่งพอร์ตออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กาวซีเมนต์–ยาแนว เคมีภัณฑ์ และสินค้าโซลูชันเฉพาะทาง โดยยอมรับว่า กลุ่มกาวซีเมนต์และยาแนวในไทยเริ่มอิ่มตัว เนื่องจากบริษัทครองส่วนแบ่งตลาดในระดับผู้นำแล้ว
ซึ่งกลุ่มเคมีภัณฑ์ (Chemical) และ Industrial ยังเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เนื่องจากสัดส่วนตลาดยังไม่มาก บริษัทจึงเดินหน้าเติมสินค้าใหม่ให้เป็นโซลูชันมากขึ้น ตอบโจทย์ทั้งงานก่อสร้าง งานซ่อม และงานอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกัน จระเข้ยังขยายฐานผู้บริโภคด้วยการเปิดแบรนด์ใหม่ “จระเข้ Easy” เจาะกลุ่มเจ้าของบ้านโดยตรง ผ่านแพ็กสินค้าไซต์เล็ก ใช้งานง่าย ขายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก เพื่อตอบโจทย์ตลาดซ่อมแซมบ้าน ซึ่งเติบโตสวนทางภาวะอสังหาริมทรัพย์ใหม่ที่ชะลอตัว
CLMV ยังเป็นหัวใจ ต่างประเทศเร่งโต
ด้านการขยายตลาดต่างประเทศ กลุ่ม CLMV ยังคงเป็นฐานรายได้หลัก โดยเมียนมา ยังเป็นตลาดอันดับ 1 ในเชิงมูลค่า แม้เผชิญความไม่แน่นอนทางการเมือง แต่ยังเติบโตจากดีมานด์โครงสร้างพื้นฐาน
ขณะที่ เวียดนาม ถูกวางเป็นตลาดยุทธศาสตร์ระยะยาว หลังบริษัทจัดตั้งบริษัทลูกเต็มรูปแบบ มีทีมการตลาด ฝ่ายขาย และคลังสินค้าในประเทศ ซึ่งช่วยเร่งการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และมีโอกาสขึ้นเป็นตลาดอันดับหนึ่งของจระเข้ในต่างประเทศในอนาคตอันใกล้
นอกจาก CLMV บริษัทอยู่ระหว่างสำรวจตลาดอาเซียนอื่น ๆ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยเลือกประเทศที่มีศักยภาพและต้นทุนโลจิสติกส์เหมาะสม
ความท้าทาย “ราคาถูก–ของเลียนแบบ–การค้าโลก”
หนึ่งในความท้าทายสำคัญ คือ การแข่งขันจากสินค้าราคาประหยัด โดยเฉพาะสินค้านำเข้าจากจีน รวมถึงปัญหาสินค้าเลียนแบบในบางประเทศ เช่น เวียดนาม ซึ่งบริษัทต้องใช้ทั้งมาตรการทางกฎหมายและการสร้างการรับรู้แบรนด์ควบคู่กัน
โดยจระเข้ยืนยันจุดยืนไม่ลงไปแข่งขันด้านราคา แต่เลือกสร้างความแตกต่างด้วยคุณภาพ มาตรฐานสินค้า และการอบรมทีมขายอย่างต่อเนื่อง เพื่ออธิบายคุณค่าให้ลูกค้าเข้าใจว่าทำไมต้องจ่ายในราคาที่สูงกว่า
นายจิรัฏฐ์ ยังสะท้อนภาพรวมสถานการณ์ว่า ปี 2569 นี้ถือเป็นปีที่ท้าทายรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลกและปัจจัยการเมือง โดยเฉพาะบทบาทของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งแม้จะมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ จระเข้ ยังเลือกยึดมั่นในสิ่งที่ควบคุมได้ คือ มาตรฐานสินค้าและความเชื่อมั่นของลูกค้า โดยย้ำว่า จะไม่ลดคุณภาพ หรือ ปรับลดสเปกสินค้า เพื่อแข่งขันด้านราคา
“ยืนยันว่า เราจะขายสินค้าที่มีคุณภาพ เราจะไม่ลดสเปก เรื่องคุณภาพและสแตนดาร์ดจะไม่เปลี่ยน จระเข้เติบโตมาได้เพราะทุกคนรู้ว่าไม่ใช่สินค้าที่ถูกที่สุด แต่ซื้อแล้วคุ้ม”
ที่สำคัญในเชิงกลยุทธ์การตลาด จระเข้ ยอมรับว่า สินค้าส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคาพรีเมียมเมื่อเทียบกับตลาด แต่เป็นราคาที่มาพร้อมเหตุผล ทั้งมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) และการออกแบบสินค้าให้ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น การแบ่งเกรดผลิตภัณฑ์อย่างจระเข้เขียว จระเข้แดง หรือ จระเข้เงิน ซึ่งแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติ (Property) เฉพาะทาง รวมถึงผลิตภัณฑ์เฉพาะทางอย่างน้ำยาปูกระเบื้องหินธรรมชาติสีเข้ม ที่ต้องใช้สูตรเฉพาะเพื่อป้องกันคราบขาว
ปี 2569 มั่นใจ รายได้ “โต แต่ไม่ประมาท”
อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวโน้มปี 2569 บริษัทฯ ประเมินว่า ภาพรวมเศรษฐกิจอาจยังไม่สดใส แต่ยังมีโอกาสเติบโตจากการขยายตลาดต่างประเทศ การเพิ่มสัดส่วนสินค้าเคมีภัณฑ์ และตลาดซ่อมแซมบ้าน และเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายในปีนี้ 1-2 ตัว ภายในงานสถาปนิก 2569 โดยตั้งเป้าให้ทุกกลุ่มธุรกิจเติบโต แม้ยังไม่เปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ นายจิรัฏฐ์ ยังมองว่า “เสถียรภาพทางการเมือง” เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น การลงทุน และการบริโภค ทั้งในประเทศและเพื่อนบ้าน โดยภาคธุรกิจไม่ได้เลือกขั้วทางการเมือง แต่ต้องการความชัดเจน เพื่อให้สามารถวางแผนและปรับตัวในการประกอบธุรกิจได้ถูกทาง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB