แอสตราฯเปิดผลทดลองวัคซีนในสหรัฐย้ำปลอดภัย
เมื่อวานนี้ (23 มี.ค.) วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้รับวัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตโดยรัสเซียโดสแรก เป็นหนึ่งในแคมเปญรณรงค์ผลักดันเร่งให้มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในรัสเซียอย่างครอบคลุม หลังจากที่ล่าช้ากว่าแผนมาหลายเดือน
ดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลินกล่าวว่า ประธานาธิบดีวัย 68 ปีได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นวัคซีนชนิดใดจากวัคซีนโควิด-19 ของรัสเซีย 3 ชนิด
“ปธน.ปูตินได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนา เขารู้สึกสบายดี และพรุ่งนี้เขาจะเวลาทำงานเต็มวัน” เพสคอฟ
กระนั้น การฉีดวัคซีนโควิด-19 ของปูตินไม่มีการถ่ายทอดหรือบันทึกภาพให้ประชาชนได้เห็น ซึ่งเพสคอฟได้อธิบายว่า ขอให้สื่อเชื่อว่าปธน.ปูตินได้รับวัคซีนแล้วจริง ๆ แต่เหตุผลที่ไม่มีการฉีดวัคซีนออกสื่อนั้น เป็นเพราะ “ปูตินไม่ชอบออกกล้อง”
การตัดสินใจของทำเนียบเครมลินในการปิดกั้นภาพการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของปูตินเป็นเรื่องที่สื่อต่างประเทศวิเคราะห์ว่า “แปลก” เพราะการที่ผู้นำประเทศจะฉีดวัคซีนโควิด-19 ก็มักทำกันอย่างเปิดเผยเหมือนประเทศอื่น ๆ เพื่อสร้างความมานใจให้กับประชาชน
ข้อมูล ณ สัปดาห์นี้ มีชาวรัสเซียเพียงร้อยละ 4.3 จากทั้งประเทศเท่านั้นที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อย 1 โดสแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับวัคซีน Sputnik-V ของบริษัทกามาเลยา
อัตราการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของรัสเซียมีความคล้ายคลึงกับในอินเดียและจีน ซึ่งอยู่ในระดับไม่เกินร้อยละ 5 ของประชากรทั้งประเทศเช่นกัน เนื่องมาจากปัจจัยหลายประการ เช่น อัตราการติดเชื้อ มาตรการกักตัว และความไม่ไว้วางใจในตัวรัฐบาล
ผู้นำของประเทศอื่น ๆ รวมถึง อาทิ โจ ไบเดน, บอริส จอห์นสัน รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่างเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ผ่านหน้ากล้อง เพื่อคลายความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างเร่งรีบ สำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดในรัสเซียที่ได้รับวัคซีนต่อหน้าสาธารณะคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เซอร์เก ชอยกู
จากการสำรวจความเห็นโดย Levada Center ในเดือนกุมภาพันธ์ระบุว่า ชาวรัสเซียมากกว่า 60% วางแผนที่จะไม่เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่วิจัยและผลิตโดยรัสเซีย เนื่องจากกลัวในผลข้างเคียง พวกเขายังเชื่อว่าโควิด-19 เป็นอาวุธชีวภาพมากกว่าจะเป็นโรคที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
เรียบเรียงจาก The Guardian