สายพันธุ์นี้เป็นการกลายพันธุ์ที่มีนัยสำคัญถึง 2 ตำแหน่ง และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาถึงอันตรายของมัน
ข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขอังกฤษ ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อโควิดกลายพันธุ์จากอินเดียแล้วจำนวน 77 ราย ในจำนวนนี้ 73 รายพบในอังกฤษ ส่วนอีก 4 รายพบในสกอตแลนด์
ขณะนี้ทั้งอินเดียและสหราชอาณาจักรกำลังอยู่ระหว่างการศึกษา ไวรัสโควิดกลายพันธุ์ B.1.617 ความน่ากังวลก็คือ เจ้าไวรัสตัวนี้มีการกลายพันธุ์ที่มีนัยสำคัญถึง 2 ตำแหน่งได้แก่ตำแหน่ง คือ E484Q และ L452R บนโปรตีนหนามของไวรัส
ซึ่งที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์พบว่า ทั้งสองตำแหน่งนี้มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการแพร่ระบาด รวมไปถึงเพิ่มความสามารถในการหลบหลีกการตรวจจับของระบบภูมิคุ้มกันด้วย
อย่างไรก็ตามแม้จะยังไม่ชัดเจน แต่การมีอยู่ของโควิดสายพันธุ์อินเดียในสหราชอาณาจักรนี้กำลังสร้างความกังวล เพราะหมายความว่าขณะนี้สหราชอาณาจักรมีโควิดกลายพันธุ์ตัวใหม่เพิ่มเข้ามาอีก จากเดิมที่มีอยู่แล้วได้แก่ โควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์จากเมืองเคนต์ หรือ B.1.1.7 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ หรือ B.1.351และสายพันธุ์บราซิล หรือ P.1ปกติไวรัสจะกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ในหลายตำแหน่ง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จะจับตาดูตำแหน่งสำคัญๆ ที่มีผลต่อการระบาด
อย่างไวรัสกลายพันธุ์ 3 ตัวข้างต้นที่พบในสหราชอาณาจักรนี้ ทั้งหมดมีการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งเดียวกันคือ N501Y ที่ส่วนหนามโปรตีน ซึ่งเชื่อว่าช่วยเพิ่มความสามารถในการระบาดได้เร็วขึ้น ติดเชื้อง่ายขึ้น
ส่วนในสายพันธุ์ของบราซิลและแอฟริกาใต้ก็มีจุดกลายพันธุ์ตรงกันได้แก่ ตำแหน่ง 484K ซึ่งขณะนี้เชื่อว่าจะทำให้ไวรัสหลบหลีกภูมิคุ้มกัน ซึ่งรวมไปถึงภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นจากวัคซีนด้วย
ล่าสุดพอมีข่าวการพบโควิดตัวใหม่จากอินเดียอีกจึงยิ่งสร้างความกังวล เพราะมันอาจร้ายแรงกว่าโควิดกลายพันธุ์แอฟริกาใต้และบราซิล โดยเฉพาะเมื่อสหราชอาณาจักรเพิ่งจะคลายล็อกดาวน์เฟสที่ 2
บรรยากาศของกรุงลอนดอนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกที่รัฐบาลคลายล็อกดาวน์เฟส 2 อนุญาตให้ผู้คนออกมาสังสรรค์และทำกิจกรรมนอกบ้านได้
บรรยากาศแบบนี้เกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยมีเงื่อนไขว่า อนุญาตเฉพาะร้านอาหารที่เปิดโล่งเท่านั้น และยังคงรณรงค์ให้ผู้คนสวมใส่หน้ากาอนามัย ล้างมือ ตลอดจนรักษาระยะห่าง
อย่างไรก็ตามอิสรภาพเช่นนี้ยังคงเกิดขึ้นควบคู่ไปกับความพยายามยับยั้งเชื้อ
หลังคลายล็อกดาวน์เฟส 2 แล้ว บางคนยังต้องมาตรวจหาเชื้อกันอยู่ เนื่องจากในบางพื้นที่เช่น เขตวอนด์สเวิร์ธ และเขตแลมเบิร์ธยังคงมีรายงานผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อจากสายพันธุ์แอฟริกาใต้
ซึ่งเสียงจากคนลอนดอนเอง บางคนก็แสดงความไม่พอใจออกมาเพราะมองว่าเพิ่งคลายล็อกดาวน์กันได้ไม่กี่วัน บรรยากาศของการตรวจหาเชื้อก็หวนกลับมาอีก
ด้านบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความสำเร็จในการเปิดเมืองขึ้นอีกครั้ง
โดยระบุว่า จำนวนยอดผู้ติดเชื้อใหม่และยอดผู้เสียชีวิตที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญนั้นเป็นผลมาจากการล็อกดาวน์ ไม่ใช่การฉีดวัคซีน
รวมถึงระบุว่า แม้ผ่อนปรนแล้ว แต่ประชาชนยังต้องระมัดระวัง และขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งโรดแมปของการคลายล็อกดาวน์ในเฟสต่อๆ ไป ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 17 พฤษภาคม และ 21 มิถุนายน
ปัจจุบันสหราชอาณาจักรมียอดผู้ติดเชื้อสะสม 4 ล้าน 3 แสน 8 หมื่นราย เสียชีวิตแล้ว 127,000 ราย แต่ยอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันเฉลี่ยในช่วง 7 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ 2,200 รายเท่านั้น ลดลงมากเมื่อเทียบกับช่วงต้นมกราคม ซึ่งพบผู้ติดเชื้อใหม่มากกว่า 55,000 รายต่อวัน