เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ครบรอบ 100 วันที่โจ ไบเดน ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ บิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กออกมาประกาศว่า มหานครแห่งโลกกำลังเตรียมที่จะเปิดอน่างสมบูรณ์ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ซึ่งจะตรงกับช่วงเริ่มต้นฤดูร้อนพอดี พร้อมยังเชิญชวนให้ผู้คนออกไปรับวัคซีนกันให้มาก ๆ
การเปิดเมืองอย่างสมบูรณ์ที่นายกเทศมนตรีหมายถึงนั้น คือการยกเลิกข้อจำกัดและมาตรการควบคุมโรคต่างๆ ที่ชาวนิวยอร์กถูกบังคับใช้มานานถึง 1 ปี
ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัย การจำกัดจำนวนลูกค้า จำกัดจำนวนพนักงานในร้านค้าต่างๆ หรืออาจเรียกได้ว่า ภาพของนครนิวยอร์กที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้จะเป็นภาพเดียวกับนิวยอร์กก่อนหน้าที่จะมีไวรัสโควิด-19 ด้านชาวนิวยอร์ก พอได้ทราบข่าวนี้ก็ดีใจและตื่นเต้นกันมาก เพราะนอกจากจะได้ใช้ชีวิตตามปกติแล้ว พวกเขายังมองว่าการเปิดเมืองจะช่วยฟื้นคืนเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังซบเซา
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาหลังจากรัฐบาลใหม่ที่นำโดยโจ ไบเดนเข้ามาบริหารงาน เศรษฐกิจสหรัฐค่อยๆฟื้นตัวอยู่แล้วโดยในไตรมาสแรก เศรษฐกิจสหรัฐโตขึ้นร้อยละ 6.4 ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า เป็นผลมาจากแนวทางการจัดการกับโรคระบาดที่ชัดเจน เช่น การเร่งฉีดวัคซีน รวมไปการอัดฉีดงบประมาณช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
อย่างไรก็ตามแม้เศรษฐกิจจะเติบโต แต่อัตราการว่างงานยังสูงอยู่ถึงเกือบร้อยละ 15 หรือเทียบเท่ากับช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าสหรัฐฯ จะฟื้นตัวได้ แต่ขณะนี้การที่เศรษฐกิจของสหรัฐฯ กลับมายังจุดเดิมเมื่อก่อนมีโควิดก็นับเป็นสัญญาณที่ดี
ปัจจุบันสหรัฐฯ ฉีดวัคซีนไปแล้ว 237 ล้านโดส โดยในจำนวนนี้แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับแล้วหนึ่งโดสราว 143 ล้านคน ได้รับครบสองโดสแล้วอีกราว 99 ล้านคน ส่วนในนครนิวยอร์ก รายงานล่าสุดระบุว่า จำนวนคนที่ได้รับวัคซีนแล้วหนึ่งโดสมีราวร้อยละ 42 หรือเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรในเมือง จึงนำมาสู่ความมั่นใจที่จะเปิดเมืองอีกครั้ง ซึ่งกว่าจะถึงเดือนกรกฎาคม ทางนิวยอร์กจะใช้วิธีการผ่อนมาตรการไปทีละขั้นเรื่อย ๆ เช่น ในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ ทางการอนุญาตให้ลูกค้าในร้านอาหารสามารถนั่งที่หน้าบาร์ได้แล้ว ส่วนวันที่ 17 พฤษภาคมจะอนุญาตให้นั่งทานอาหารในร้านที่เปิดโล่งด้วย ส่วนร้านที่ยังเป็นห้องปิดทึบจะได้รับอนุญาตตอนสิ้นเดือนพฤษภาคม
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาหลังจากรัฐบาลใหม่ที่นำโดยโจ ไบเดนเข้ามาบริหารงาน เศรษฐกิจสหรัฐค่อยๆฟื้นตัวอยู่แล้วโดยในไตรมาสแรก เศรษฐกิจสหรัฐโตขึ้นร้อยละ 6.4 ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า เป็นผลมาจากแนวทางการจัดการกับโรคระบาดที่ชัดเจน เช่น การเร่งฉีดวัคซีน รวมไปการอัดฉีดงบประมาณช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
อย่างไรก็ตามแม้เศรษฐกิจจะเติบโต แต่อัตราการว่างงานยังสูงอยู่ถึงเกือบร้อยละ 15 หรือเทียบเท่ากับช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าสหรัฐฯ จะฟื้นตัวได้ แต่ขณะนี้การที่เศรษฐกิจของสหรัฐฯ กลับมายังจุดเดิมเมื่อก่อนมีโควิดก็นับเป็นสัญญาณที่ดี
ปัจจุบันสหรัฐฯ ฉีดวัคซีนไปแล้ว 237 ล้านโดส โดยในจำนวนนี้แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับแล้วหนึ่งโดสราว 143 ล้านคน ได้รับครบสองโดสแล้วอีกราว 99 ล้านคน ส่วนในนครนิวยอร์ก รายงานล่าสุดระบุว่า จำนวนคนที่ได้รับวัคซีนแล้วหนึ่งโดสมีราวร้อยละ 42 หรือเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรในเมือง จึงนำมาสู่ความมั่นใจที่จะเปิดเมืองอีกครั้ง ซึ่งกว่าจะถึงเดือนกรกฎาคม ทางนิวยอร์กจะใช้วิธีการผ่อนมาตรการไปทีละขั้นเรื่อย ๆ เช่น ในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ ทางการอนุญาตให้ลูกค้าในร้านอาหารสามารถนั่งที่หน้าบาร์ได้แล้ว ส่วนวันที่ 17 พฤษภาคมจะอนุญาตให้นั่งทานอาหารในร้านที่เปิดโล่งด้วย ส่วนร้านที่ยังเป็นห้องปิดทึบจะได้รับอนุญาตตอนสิ้นเดือนพฤษภาคม