ยูเอ็นเตือน ผู้ต้องขังทั่วโลกกว่า 5 แสนรายติดเชื้อโควิด-19 แล้ว

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ยูเอ็นจี้หลายประเทศให้ความสำคัญผู้ต้องขังในเรือนจำ เร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กลุ่มเสี่ยงในเรือนจำ

ฟิลิปป์ ไมส์สเนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิรูปเรือนจำ ประจำสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบันส่งผลกระทบถึงระบบเรือนจำเป็นพิเศษ เพราะเป็นพื้นที่ปิด และผู้ต้องขังในเรือนจำมักถูกละเลยไม่ให้ความสนใจ

ไมส์สเนอร์บอกว่า คาดการณ์ว่า มีผู้ต้องขังกว่า 11 ล้านคนทั่วโลกได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และคาดว่ามีผู้ต้องขังมากกว่า 527,000 คนใน 122 ประเทศติดเชื้อโควิด-19 แล้ว และมีผู้ต้องขังเสียชีวิตมากกว่า 3,800 คนใน 47 ประเทศ

พุ่งไม่หยุด! ผู้ต้องขัง “เรือนจำพิเศษธนบุรี” ติดเชื้อโควิด 1,104 ราย

“การทดสอบที่จำกัดในหลายพื้นที่และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้จำนวนจริงอาจสูงกว่านี้มาก และเนื่องจากการมีปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอกับผู้ต้องขังของเจ้าหน้าที่เรือนจำ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ และคนอื่น ๆ ที่ทำงานในเรือนจำ ก็มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อเพิ่มขึ้นเช่นกัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเรือนจำเป็นสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับการระบาดของโควิด-19” ไมส์สเนอร์กล่าว

สำหรับประเทศไทยเอง ณ วันที่ 17 พ.ค. จากเรือนจำจำนวน 8 แห่งจากจำนวนทั้งสิ้น 143 เรือนจำ (ไม่รวมทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์) มีผู้ต้องขังที่ติดเชื้อโควิดโควิด-19 อยู่ในระหว่างการรักษา 10,226 ราย มีผู้ต้องขังกลุ่มสีแดง 63 ราย

ด้วยเหตุนี้ ตัวเลขจาก “คลัสเตอร์เรือนจำ” จึงทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ต่อวันในประเทศไทยเพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ และยังคงมีการทดสอบหาเชื้ออย่างต่อเนื่อง ข่าวดีคือ ยังไม่มีผู้ต้องขังที่เสียชีวิตจากโควิด-19 รอบนี้

นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่เรือนจำติดเชื้อสะสม 32 ราย รักษาหายแล้ว 15 ราย และอยู่ในระหว่างการรักษา 17 ราย

จำนวนผู้ต้องขังทั่วประเทศไทยนั้นมีมากกว่า 300,000 คน ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาดูจะไม่ได้รับการดูแลหรือให้ความสำคัญมากนัก จนน่าหวั่นว่า คลัสเตอร์เรือนจำทั่วไทยอาจระบาดหนักกว่านี้

เมื่อลองมองในประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐฯ พบว่า ณ วันที่ 11 พ.ค. มีผู้ต้องขังในเรือนจำอย่างน้อย 397,000 คนติดเชื้อโควิด-19 แต่ด้วยนโยบายของสำนักงานกลางของเรือนจำ (Federal Bureau of Prisons) ได้ลบข้อมูลผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ออกจากรายงานในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จึงไม่สามารถระบุตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่หรือการเสียชีวิตในเรือนจำของรัฐบาลกลางได้

ในตัวเลขการรายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำสหรัฐฯ นี้ มี 248,000 คนได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว ที่เหลืออีกราว 150,000 รายกำลังเข้ารับการรักษา และเสียชีวิตไปแล้วทั้งสิ้น 2,671 ราย

นอกจากนี้ ยังมีบุคลากร เจ้าหน้าที่ในเรือนจำติดเชื้อโควิด-19 สะสมมากกว่า 112,000 ราย รักษาหายแล้ว 61,000 ราย มีรายงานเสียชีวิต 205 ราย

ด้าน อังกฤษและเวลส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร มีรายงานว่า จากข้อมูล ณ เดือน ม.ค. จากจำนวนผู้ต้องขังทั้งระบบ 78,000 คนในเรือนจำ 121 แห่ง ติดเชื้อโควิด-19 ไปแล้วกว่า 10,000 หรือคิดเป็น 1 ใน 8 ของผู้ต้องขังทั้งหมด และเสียชีวิตไปแล้ว 86 ราย (The Lancet ระบุว่าเสียชีวิตแล้ว 121 ราย)

อย่างไรก็ดี จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่รักษาตัวจนหายดีมีเพิ่มขึ้น โดยในช่วงต้นเดือน ก.พ. มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยังต้องเข้ารับการรักษาอยู่เพียงประมาณ 700 ราย

ฟรานเซส คุก ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรปฏิรูปการลงโทษฮาวเวิร์ด (Howard League for Penal Reform) กล่าวว่า “ตัวเลขเหล่านี้เตือนทุกคนว่า โควิด-19 สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในสถานที่ปิด เช่น เรือนจำ มันเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังในเรือนจำโดยเร็วที่สุด”

ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของเราอย่าง ฟิลิปปินส์ ซึ่งเมื่อปีที่แล้วมีข่าวว่าปล่อยตัวผู้ต้องขังมากกว่า 80,000 รายเพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดในเรือนจำ

สำนักงานราชทัณฑ์ฟิลิปปินส์ (บูคอร์) รายงานว่า ณ วันที่ 13 เม.ย. มีผู้ต้องขังป่วยโควิด-19 สะสม 776 ราย รักษาตัวอยู่ 14 ราย และไม่ทราบรายงานผู้เสียชีวิต แต่ยังไม่ชัดเจนว่า รายงานนี้ครอบคลุมถึงช่วงเวลาการแพร่ระบาดทั้งหมด หรือเป็นข้อมูลเฉพาะปี 2021 นี้

และล่าสุด สิงคโปร์ ก็กำลังกังวลว่าจะเกิดคลัสเตอร์การระบาดของโควิด-19 ในเรือนจำ หลังพบผู้ต้องขังรายหนึ่งในเรือนจำชางอีติดเชื้อโควิด-19

หน่วยงานเรือนจำสิงคโปร์ (SPS) กล่าวว่า ผู้ต้องขังรายนี้ติดโควิด-19 หลังทำงานในห้องครัวของเรือนจำในการเตรียมอาหารในแต่ละวันรวม่กับพ่อครัวรายหนึ่งซึ่งทำงานที่นั่น และตรวจพบผลโควิด-19 เป็นบวกเมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา

“ส่วนเพื่อนร่วมห้องขังอีก 4 คนถูกย้ายไปยังห้องขังอื่นที่แยกจากกันโดยทันที จนถึงขณะนี้ผลการทดสอบ PCR ของทั้งหมดยังคงเป็นลบ แต่จะได้รับการทดสอบอีกครั้ง” SPS กล่าว

ขณะนี้ ผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่เรือนจำ อาสาสมัคร และผู้รับเหมาต่าง ๆ ราว 5,000 คนจะได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการตรวจพบผู้ป่วย COVID-19 รายอื่น ๆ

การเยี่ยมแบบตัวต่อตัวและการเยี่ยมทางไกลของผู้ต้องขังทุกคนจะถูกแทนที่ด้วยการคุยโทรศัพท์จนกว่าจะมีประกาศให้ทราบต่อไป โปรแกรมการฟื้นฟูรักษาสมรรถภาพร่างกายจะถูกระงับชั่วคราวเช่นกัน

สิงคโปร์เริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติตั้งแต่ 9 มี.ค. SPS กล่าวว่า ปัจจุบัน ประมาณร้อยละ 35 ของผู้ต้องขังทั้งหมดได้รับวัคซีนโควิด-19 เข็มแรกแล้วเป็นอย่างน้อย และประมาณร้อยละ 96 ของเจ้าหน้าที่เรือนจำที่มีคุณสมบัติได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบโดสแล้ว

เรือนจำเป็นสถานที่ปิดและเสี่ยงต่อการระบาดของโควิด-19 และการที่พวกเขาเป็นผู้ต้องขัง ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่มีสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองให้ปลอดภัยจากโควิด-19 การฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ผู้ต้องขังรวมถึงเจ้าหน้าที่ในเรือนจำจึงเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่ไม่ว่าจะประเทศใดก็ไม่ควรละเลย

ไมส์สเนอร์กล่าวว่า “จำเป็นต้องมีการดำเนินการมากขึ้นเพื่อจัดการกับชะตากรรมของผู้ต้องขังอย่างเต็มที่ และต้องลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเรือนจำ ซึ่งควรรวมถึงการมีโปรแกรมฉีดวัคซีนในเรือนจำด้วย”

 

เรียบเรียงจาก CNA / Rapplers / The Guardian / The Marshall Project / UN News

ภาพจาก Getty Image

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ