เกือบหมื่น !! 9,635 ราย ผู้ติดโควิดรวมวันนี้ เสียชีวิตเพิ่ม 25 ราย
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2564 นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายในเรือนจำ ขณะนี้เรือนจำทั่วประเทศ 143 แห่ง มีนักโทษทั้งหมด 311,540 คน มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในเรือนจำทั้งหมด 13,000 คน ตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 กรมราชทัณฑ์ใช้นโยบาย 3 ประการ ในการสะกัดกั้นเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อในเรือนจำ โดยการกำหนดนโยบายคนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า ส่วนนักโทษที่รับเข้ามาใหม่ต้องกักตัวเพื่อสังเกตอาการ 14 วัน
หากไม่พบเชื้อจะรับเข้าแดนตามปกติ และในช่วงกักตัวได้ทำการตรวจเชื้อผู้ต้องขัง 2 ครั้ง ครั้งแรกคือการรับตัวผู้ต้องขังที่เข้ามาใหม่ และตรวจซ้ำอีกครั้งก่อนรับตัวเข้าแดน
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวต่อว่า ผู้ติดเชื้อในเรือนจำในระลอกแรกเริ่มจากมีผู้ติดเชื้อหลักสิบ เพิ่มขึ้นเป็นหลักร้อยในการระบาดระลอกที่ 2 และในการระบาดระลอกที่ 3 พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากหลักร้อยเป็นหลักพัน ในช่วงแรกสามารถควบคุมโรคได้ง่าย แต่ช่วงหลังมีเจ้าหน้าที่ที่ต้องควบคุมนักโทษออกไปขึ้นศาล ออกไปรักษาตัวในโรงพยาบาลภายนอก รวมทั้งมีการทำกิจวัตรประจำวันหลายร้อยคนต่อวัน ประกอบกับสภาพแวดล้อมภายในห้องคุมขังที่มีสภาพเก่าและคับแคบ จึงทำให้เกิดการติดเชื้อแบบก้าวกระโดด เมื่อพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากกรมราชทัณฑ์ได้แยกผู้ป่วยตามระดับอาการสีเขียว เหลือง และแดง
ทั้งนี้ นายอายุตม์ ยืนยันว่าไม่มีการปิดบังตัวเลขผู้ติดเชื้อ โดยยังมีการตั้งศูนย์ขึ้นมาเพื่อติดตามตัวเลขผู้ต้องขังที่ติดเชื้อเพิ่มและรักษาหายแล้ว ซึ่งมีการแสดงตัวเลขผู้ป่วยตามระดับอาการ ส่วนเรือนจำที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อได้สั่งการให้คัดแยกผู้ต้องขังที่มีอาการคล้ายไข้หวัด มีน้ำมูก นำไปตรวจหาเชื้อ
นอกจากมาตรการตรวจหาเชื้อในผู้ต้องขังแล้วยังมีการตรวจหาเชื้อเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในราชทัณฑ์ โดยทำการ Swab ทุก 7 วัน ได้ฉีดวัคซีนให้เจ้าหน้าที่ในเรือนจำไปแล้ว 12,000 คน และอยู่ระหว่างขอเพิ่มเพื่อฉีดวัคซีนผู้ต้องขังให้ครบทุกคนทั่วประเทศ