ซาอุดิอาระเบียกำลังออกแรงกดดันกลุ่มที่สงสัยและต่อต้านการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศ โดยออกมาตรการห้ามไม่ให้ผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแสวงบุญ เดินทางไปต่างประเทศ ไปมหาวิทยาลัย ห้างสรรพสินค้า และสำนักงานต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการฉีดวัคซีนโควิด-19
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกล่าวว่า กลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีน หรือ Anti-Vaxxer นี้ กำลังคุกคามความพยายามของโลกในการเอาชนะการระบาดของโควิด-19 ทำให้ซาอุดิอาระเบียต้องสร้างแรงกดดันต่อผู้ที่ปฏิเสธที่จะรับการฉีดวัคซีน
ข่าวกรองสหรัฐฯ พบข้อมูลใหม่ ปลุกกระแสทฤษฎีโควิด-19 มาจากจีน
ที่กรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดิอาระเบีย กำลังเร่งขับเคลื่อนการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยว และเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาและความบันเทิงต่าง ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่
ซาอุดิอาระเบียยังกำหนดข้อจำกัด อนุญาตให้เฉพาะผู้แสวงบุญที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 หรือผู้ที่หายจากโควิด -19 ภายใน 6 เดือนเท่านั้นที่จะสามารถประกอบพิธีอุมเราะห์ได้ และคาดว่าจะมีการเคลื่อนไหวที่คล้ายกันสำหรับการทำพิธีฮัจญ์ ซึ่งเป็นพิธีกรรมสำคัญของชาวมุสลิม
ปัจจุบัน มีเพียงพลเมืองที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันแล้วเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศได้
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเพิ่มมากขึ้น ซาอุดิอาระเบียกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. เป็นต้นไป การฉีดวัคซีนจะมีผลบังคับขยายไปยังสถานประกอบการของรัฐและเอกชน รวมถึงสถานศึกษา สถานบันเทิง ตลอดจนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ทางการระบุว่า มีเพียงบุคลากรภาครัฐและเอกชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้กลับไปทำงานได้
การตัดสินใจดังกล่าวทำให้เกิดดราม่าในสื่อสังคมออนไลน์ของซาอุดิอาระเบียจากผู้ที่สงสัยในวัคซีนโดยใช้แฮชแท็ก เช่น “ไม่ต้องการวัคซีนภาคบังคับ” และ “ร่างกายฉันทางเลือกฉัน”
ปัจจุบัน ซาอุดิอาระเบียฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชากรไปแล้ว 12.8 ล้านโดส แต่ไม่ชัดเจนว่ามีประชากรฉีดไปแล้วกี่คน วัคซีนที่ใช้เป็นของไฟเซอร์ และแอสตร้าเซเนก้า
เรียบเรียงจาก CNA
ภาพจาก AFP