เบอร์นามา (Bernama) สื่อท้องถิ่นในมาเลเซียรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในมาเลเซียได้เริ่มใช้โดรนออกปฏิบัติการตรวจหาคนที่มีอุณหภูมิสูงในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันโควิด-19
โดยโดรนที่ใช้สามารถตรวจจับอุณหภูมิของผู้คนได้แม้บินอยู่สูงถึง 20 เมตรเหนือพื้นดิน และจะปล่อยแสงสีแดงเพื่อเตือนเจ้าหน้าที่หากอ่านค่าอุณหภูมิของใครแล้วพบว่าสูงกว่าเกณฑ์
"มาเลเซีย" ล็อกดาวน์ทั้งระบบ หลังตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 พุ่งทุบสถิติ
มาเลเซียเข้าสู่การล็อกดาวน์เกือบทั่วประเทศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ด้วยความพยายามที่จะหยุดการติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งเคยเพิ่มถึงมากกว่า 9,000 รายภายในวันเดียวเมื่อช่วงสิ้นเดือน พ.ค.
แม้ว่าจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในแต่ละวันจะลดลงเหลือเฉลี่ยประมาณ 6,000 ราย แต่ นูร์ ฮิชาม อับดุลลาห์ ผู้อำนวยการด้านสุขภาพมาเลเซียเตือนว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 และผู้เสียชีวิตรายใหม่ส่วนใหญ่ ไม่ทราบว่าตนติดเชื้อมาจากใครหรือสถานที่ใด ซึ่งนับเป็นสถานการณ์ที่ยังมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดสูงมาก
“อีกเหตุผลหนึ่งคือ การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งมีอัตราการแพร่ระบาดและอัตราการเสียชีวิตที่สูงขึ้น” เขากล่าว
ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ มีสมาชิกเพียง 2 คนจากแต่ละครัวเรือนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ออกไปซื้อของจำเป็นนอกบ้านได้ นอกจากนี้ยังสามารถเล่นกีฬาแบบไม่สัมผัสและไปรับการรักษาพยาบาลใกล้บ้านได้อยู่ แต่โรงเรียนและห้างสรรพสินค้าถูกสั่งปิดทำการ นอจกากนี้ ภาคการผลิตส่วนใหญ่ในประเทศยังคงดำเนินงานต่อไปได้แต่ต้องใช้กำลังคนลดลง
นอกจากมาเลเซียแล้ว เคยมีรายงานเมื่อปีที่แล้วว่า จีนใช้โดรนเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการป้องกันไวรัสโควิด-19 โดยใช้โดรนเพื่อฉีดพ่นเจลล้างมือ และส่งเสียงบอกให้ประชาชนอยู่บ้านหรือปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ
รอไฮมี อิซา ผู้บัญชาการตำรวจรัฐตรังกานูบอกกับสื่อท้องถิ่นว่า เจ้าหน้าที่ได้เริ่มใช้โดรนตรวจจับอุณหภูมิในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา “แม้ว่าเราจะมีทีมตรวจสอบ 157 ทีม แต่พวกเขาต้องย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ไม่สามารถติดตามตรวจสอบทุกสถานที่พร้อมกันได้” เขากล่าว
ปัจจุบัน มาเลเซียมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมราว 616,000 ราย เสียชีวิตสะสม 3.378 ราย แต่ฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วประมาณ 3.5 ล้านโดส ได้รับแล้วอย่างน้อย 1 โดส 2.4 ล้านคน หรือ 7.53% ของประชากรทั้งประเทศ
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก AFP / Getty Image