วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ชาวอิสราเอลพากันติดตามการเมืองอย่างใกล้ชิด เพราะสภาจะมีการโหวตรับรองรัฐบาลแห่งชาติ ต้องย้อนว่า การเมืองในอิสราเอลเผชิญกับความไม่แน่นอนมาหลายเดือนแล้ว
จุดเริ่มต้นจากในเดือนเมษายน ปี 2019 ที่พรรคการเมืองของเบนจากมิน เนทันยาฮู ได้ที่นั่งในสภามากที่สุด มีสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาล
แต่ปัญหาก็คือ เขารวบรวมเสียงข้างมากไม่ได้ ไม่มีใครอยากร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพราะเนทันยาฮูกำลังโจมตีและสอบสวนเรื่องคดีคอรัปชัน
จนถึงการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เมื่อดือนมีนาคมที่ผ่านมา พรรคของเนทันยาฮูก็ยังได้คะแนนเสียงมากที่สุดแต่ก็ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
สภาจึงส่งต่อให้พรรคการเมืองที่ได้คะแนนอันดับ 2 จัดตั้งรัฐบาล และเป็นที่มาของการรวมพรรคต่างๆโดยมีจุดประสงค์เพื่อบีบให้เนทันยาฮูพ้นจากตำแหน่ง
พอจัดตั้งได้แล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาสภาจึงเตรียมโหวตรับรอง ซึ่งพรรคนี้รวบรวมเสียงได้ ก่อนที่สภาจะผ่านความเห็นชอบ ด้วยคะแนนฉิวเฉียด โดยมีผู้สนับสนุน 60 เสียง ต่อ 59 ส่งผลให้อิสราเอลมีรัฐบาลชุดใหม่
เบนจามิน เนทันยาฮู ที่เป็นนายกต่อเนื่องนาน 12 ปี ต้องพ้นจากตำแหน่งผู้นำ กลายเป็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านแทน แต่ตัวเขายืนยันว่าจะกลับมาอย่างแน่นอน
ใครคือผู้นำคนใหม่ของอิสราเอล นายกรัฐมนตรีคนใหม่คือ นาฟตาลี เบนเน็ตต์ ซึ่งเข้าพิธีสาบานตนหลังสภาโหวตรับรอง
อย่างไรก็ตาม นายกคนใหม่ของอิสราเอลจะได้อยู่ในตำแหน่งเพียง 2 ปี ไม่ใช่ 4 ปีตามที่เคยเป็นมาเพราะการจัดตั้งรัฐบาลหนนี้ พรรคการเมืองถึง 8 พรรคที่มีความต่างกันอย่างมากในเรื่องอุดมการณ์และแนวทางต้องจับมือกันเพื่อโค่นล้มเนทันยาฮู
นายกฯ อิสราเอลคว้าชัยเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 3 ในรอบปี
คนที่เป็นคนจัดการหลักคือ ยาอีร์ ลาปิด หัวหน้าพรรคยีซ อาติด ที่ได้ที่นั่งในสภามากเป็นที่สองรองจากพรรคลิคุดของเนทันยาฮู โดยเขาได้ทำข้อตกลงกับพรรคอื่นๆว่าจะให้นาย นาฟตาลี เบนเน็ตต์ เป็นนายก 2 ปี จากนั้น เขาจะขึ้นเป็นนายกต่อจนครบสมัย
ชาวอิสราเอล หลังผลออกมาพวกเขาพากันออกมาฉลองหลังการโหวตของสภา หลายคนบอกว่า น่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่เนทันยาฮูไม่ได้เป็นผู้นำต่อ และรัฐบาลผสมชุดใหม่ก็มีพื้นเพและแนวคิดที่แตกต่าง หลากหลายมาก
ผู้นำโลกออกมาแสดงความยินดีกับผู้นำคนใหม่ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า รอที่จะได้ร่วมงานกับผู้นำอิสราเอลคนใหม่
หรือ โดมินิก ราบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรที่ระบุผ่านทวิตเตอร์ว่า ระบุว่า สหราชอาณาจักรพร้อมทำงานร่วมกับอิสราเอลเพื่อสร้างสันติภาพในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม หากถามความคิดเห็นของชาวปาเลสไตน์ พวกเขาระบุว่าอะไรๆ อาจไม่เปลี่ยนมากนัก
ตำรวจอิสราเอล พบหลักฐานนายกฯเอี่ยวทุจริต
สำนักข่าวอัลจาซีรา เผยความคิดเห็นของ มาห์หมุด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ ซึ่งรายงานผ่านโฆษกระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องภายในของอิสราเอล และไม่ว่าการเมืองอิสราเอลจะเปลี่ยนไปแค่ไหน สิ่งที่ปาเลสไตน์ต้องการยังเหมือนเดิม คือ พรมแดนก่อนปี 1967 โดยมีนครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวง
สอดคล้องกับ ความคิดเห็นของโฆษกพรรคฮามาสที่ระบุว่า ไม่ว่าการเมืองอิสราเอลจะเปลี่ยนไป แต่อิสราเอลยังคงยึดปาเลสไตน์เป็นอาณานิคม
พิจารณาจากประวัติและนโยบายของผู้นำคนใหม่ แนวทางที่นาฟตาลี เบนเน็ตต์ จะกระทำต่อปาเลสไตน์อาจไม่ได้ต่างจากสมัยของเนทันยาฮูมากนัก เพราะนายกรัฐมนตรีคนใหม่คนนี้มาจากพรรคการเมืองฝ่ายขวา และพรรคเขาก็สนับสนุนการตั้งถิ่นฐานของชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์
ในขณะที่นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า เบนเน็ตต์ อาจขวาจัดยิ่งกว่าเนทันยาฮูด้วยซ้ำในหลายนโยบาย เนื่องจากเขาเป็นคนเคร่งศาสนา
นาฟตาลี เบนเน็ตต์ ปัจจุบันอายุ 49 ปีเท่านั้น เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงกลาโหมในรัฐบาลเนทันยาฮูด้วย
เขาเป็นคนเคร่งศาสนา โดยจะเป็นผู้นำคนแรกที่สวมคิปปาห์ หมวกใบเล็กๆ ตามหลักศาสนาไว้ตลอดเวลา
ส่วน ยาอีร์ ลาปิด ที่จะเป็นนายกฯต่อจากนี้อีก 2 ปีนั้นไม่ได้มีแนวคิดชาตินิยมเท่าเบนเนตต์โดยพรรคยีซ อาติด ของเขาเป็นพรรคสายกลาง
สำหรับการแก้ปัญหาปาเลสไตน์ ลาปิดยึดถือแนวทาง 2 รัฐ คือ เมื่ออิสราเอลมีรัฐแล้ว ปาเลสไตน์ก็ควรมีรัฐของตนเองด้วย