การศึกษานี้เผยแพร่โดย Nature Communications ดำเนินการโดย China National Biotech Group บริษัทในเครือของ Sinoarm และศูนย์วิจัยการแพทย์ มหาวิทยาลัย Shanghai Jiao Tong โดยเก็บตัวอย่างพลาสมา 1,782 ตัวอย่างจากผู้ป่วยโควิด-19 ที่กำลังอยู่ในระยะพักฟื้น และที่หายดีแล้ว 869 รายในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ อายุระหว่าง 18 - 55 ปี พบว่า ภายในระยะเวลา 12 เดือน พบปริมาณของ RBD IgG ซึ่งเป็นแอนติบอดีชนิดหนึ่งที่บ่งชี้ว่า มีภูมิคุ้มกันต่อไวรัส Sars-CoV-2 หรือ โควิด-19
"ซึ่งผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า ใน 9 เดือน ระดับของแอนติบอดีลดลงเหลือ 64.3% เมื่อเทียบกับในช่วงแรกๆ ของการติดเชื้อไวรัส และคงที่จนถึงเดือนที่ 12 แสดงให้เห็นว่าเมื่อมีการกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสโคโรนาในร่างกายมนุษย์ โดวัคซีน ระดับแอนติบอดีสามารถคงอยู่ได้นานทีเดียว” China National Biotech Group กล่าวในบทความ
ผลการศึกษานี้จะช่วยเป็นหลักฐานเพิ่มเติมที่ว่าฉีดวัคซีนจะสามารถกระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันให้สร้างแอนติบอดีในร่างกายมนุษย์ และอาจเป็นหนทางหนึ่งในการจำกัดการแพร่กระจายของโควิด-19 ได้
สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในจีน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ รายงานว่า ประชาชนชาวจีนได้รับวัคซีนไปแล้วประมาณ 1.3 พันล้านโดสทั่วประเทศ
เรียบเรียงจาก straitstimes