เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2021 ที่ผ่านมา “กลุ่มตาลีบัน (Taliban)” เข้ายึดกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน และเข้ายึดทำเนียบประธานาธิบดีอัฟกานิสถานได้สำเร็จ ใช้เวลาไม่นานหลังกองกำลังสหรัฐฯ และนาโตถอนกำลังออกจากสมรภูมิ 20 นี้ กลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจ
นิวมีเดีย พีพีทีวี พูดคุยกับ รศ.ดร.ชูเกียรติ พนัสพรประสิทธิ์ นักวิชาการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแถบตะวันออกกลาง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงประเด็นที่เกิดขึ้น
ไทม์ไลน์ "ตาลีบัน" ยึดอัฟกานิสถาน ปฏิบัติการฟ้าแลบโค่นรัฐบาลใน 3 เดือน
กลุ่มตาลีบันคือใคร ทำไมต้องการยึดครองอัฟกานิสถาน?
อาจารย์ชูเกียรติเล่าย้อนให้ฟังสั้น ๆ ว่า กลุ่มตาลีบันเป็นคนพื้นเมืองของอัฟกานิสถานที่นิยมหลักการศาสนาแบบสุดโต่ง ที่ต้องการใช้กฎหมายอิสลามเคร่งครัดในการดำเนินชีวิตประจำวัน จุดมุ่งหมายของพวกเขาคือ อยากเห็นอัฟกานิสถานเป็นประเทศที่มีการใช้ศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัดในการปกครอง
โดยเมื่อตอนทศวรรษ 1980-1990 กลุ่มตาลีบันยังอยู่ในช่วงการสร้างตัว โดยกลุ่มตาลีบันเห็นความบอบช้ำจากการที่ประเทศตัวเองถูกชาติอื่นเข้ามายึดครองอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นจึงต้องการมีบทบาทในการใช้ศาสนาอิสลามเป็นหลักปกครองประเทศ
“กลุ่มตาลีบันสามารถมีบทบาทเด่นชัดได้มากขึ้นในช่วงหลังทศวรรษ 1990 สู้กับระบอบรัฐบาลกลางของอัฟกานิสถาน และสามารถยึดครองอัฟกานิสถานได้ในปี 1996” อาจารย์ชูเกียรติกล่าว
ต่อมาในปี 2001 กลุ่มอัลเคดา (อัลกออิดะห์) ได้ก่อเหตุวินาศกรรม 9/11 ที่ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และหลบหนีลี้ภัยอยู่ในอัฟกานิสถาน เป็นเหตุให้สหรัฐฯ ดำเนินการบุกโจมตีเพื่อลงโทษรัฐบาลตาลีบันที่ให้ที่พักพิงกับอัลเคดา จนสามารถขับไล่รัฐบาลตาลีบันไปได้
จากนั้นรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ผลักดันระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐ ให้มีการเลือกตั้ง ไม่มีบทบาทของกลุ่มตาลีบันเข้ามาเกี่ยวข้องอีก โดยให้พลเรือนอัฟกานิสถานขึ้นเป็นรัฐบาล ภายใต้การนำทางของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า “ตอนนั้นพวกเราที่ติดตามภูมิภาคตะวันออกกลางก็พูดกันอยู่ว่า ตาลีบันไม่มีทางหมดไปจากสังคมอิสลามในอัฟกานิสถาน ตัวตนของตาลีบันอาจจะอ่อนกำลังลง แต่ความคิดในเชิงที่ว่า ศาสนาอิสลามควรเป็นเกณฑ์หลักในการปกครองยังมีอยู่ ฉะนั้น กลุ่มตาลีบันเพียงรอจังหวะที่จะกลับมามีบทบาทางการเมืองอีก แล้ว 20 ปีผ่านไป อันนี้กลับมาแล้ว”
อาจารย์ชูเกียรติบอกว่า การกลับมาของตาลีบันไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของตนและผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ โดยตาลีบันอาจแค่กลับไปจัดโครงสร้างใหม่ เพื่อสั่งสมกำลัง จังหวะที่สำคัญคือ สหรัฐฯ ประกาศถอนตัวออกจากอัฟกานิสถาน จุดนี้เองที่ทำให้ตาลีบันมองเห็นช่องทางที่จะกลับมามีบทบาทในอัฟกานิสถานอีก
อัฟกานิสถานจะกลับมาเป็นรัฐบาลตาลีบันที่ปกครองด้วยกฎหมายอิสลามเข้มงวดหรือไม่?
อาจารย์ชูเกียรติมองว่า กฎหมายภายใต้รัฐบาลตาลีบันครั้งนี้อาจเข้มงวดเหมือนการปกครองครั้งก่อนช่วงปี 1996-2001 แต่ก็มีข่าวที่โฆษกตาลีบันบอกว่า จะยอมผ่อนปรนสิทธิเสรีภาพมากขึ้น ไม่เข้มงวดเหมือนครั้งแรก
“แต่ประชากรในเขตเมืองอัฟกานิสถาน โดยเฉพาะในเมืองหลวง เขาคงไม่แน่ใจว่าตาลีบันจะยอมผ่อนปรนในเรื่องสิทธิเสรีภาพมากขึ้นจริงหรือเปล่า บทเรียนเคยมีประสบการณ์เคยเจอ จึงเกิดภาพที่ว่า พอกลุ่มตาลีบันยึดกรุงคาบูลได้สำเร็จเมื่อ 2-3 วันก่อน ทำให้คนถึงอยากหลบลี้หนีภัยออกจากอัฟกานิสถาน โดยเฉพาะเมืองหลวงอย่างคาบูล” อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญบอก
อาจารย์ชูเกียรติยังสรุปเหตุการณ์ยึดอัฟกานิสถานที่เกิดขึ้นว่า อธิบายง่าย ๆ ด้วย “3D”
- D-Day วันที่ตาลีบันกลับมาชนะอีกครั้ง สามารถยึดกรุงคาบูลได้
- Disappointment ความไม่สมหวังของสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯ หวังที่จะสร้างรัฐบาลที่มีเสถียรภาพภายใต้การชี้นำของสหรัฐฯ แต่ที่สุดรัฐบาลอัฟกานิสถานต้านการบุกแบบยึดเมืองชายขอบก่อน ค่อย ๆ ล้อมเมืองหลวงไว้
- Destruction จะมีความเสียหายในทางเศรษฐกิจ ทางการเมือง หรือทางสังคม ที่รออัฟกานิสถานอยู่
“ไบเดน” ยันคิดถูก ถอนทัพจากอัฟกานิสถาน-ยอมรับ "ตาลีบัน" ยึดเร็วกว่าคาด
ยูเอ็น เตือน “ตาลีบัน”อย่าหนุนก่อการร้าย
อนาคตของอัฟกานิสถานจะเป็นอย่างไร?
อาจารย์ชูเกียรติคาดการณ์ว่า ในอนาคตอันใกล้ จะยังไม่เกิดสงครามครั้งใหม่ เนื่องจากสหรัฐฯ ก็เสียภาพลักษณ์ไประดับหนึ่ง เพราะถูกมองว่าทิ้งพันธมิตรอย่างรัฐบาลอัฟกานิสถาน “การถอนกำลังทหารจากอัฟกานิสถานทำให้กลุ่มตาลีบันกลับมาได้ เหมือนที่เคยทิ้งเวียดนามใต้ ทิ้งไซง่อน ด้วยภาพลักษณ์ตรงนี้สหรัฐฯ คงยังไม่พร้อมสนับสนุนให้ฝ่ายต่อต้านตาลีบันทำสงคราม”
ผู้เชี่ยวชาญยังเชื่อว่า กลุ่มตาลีบันอาจได้การสนับสนุนจากมหาอำนาจบางประเทศ เช่น จีน หรือรัสเซีย
มีรายงานว่า การล่มสลายของรัฐบาลอัฟกานิสถานทำให้นานาประเทศเร่งอพยพเจ้าหน้าที่ทางการทูตและพลเรือน ยกเว้นเพียงจีนและรัสเซียสองประเทศเท่านั้น ที่ยังไม่มีแผนอพยพเจ้าหน้าที่ในเวลานี้ โดยสถานทูตจีนได้ประกาศเตือนพลเรือนของตนให้อยู่แต่ในอาคาร ใช้มาตรการความปลอดภัย และจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ด้านสถานทูตจีนในกรุงคาบูลได้ส่งสัญญาณเมื่อวานนี้ว่า ได้มีการติดต่อกับกลุ่มตาลีบันแล้ว และจะไม่อพยพเคลื่อนย้ายในขณะที่กองกำลังตาลีบันเข้ายึดประเทศ ขณะที่โฆษกของกลุ่มตาลีบันได้ประกาศว่าจะรับรองความปลอดภัยของสถานทูตทุกแห่ง สถานที่ด้านการทูต ชาวต่างชาติในกรุงคาบูล และทุกคนจะปลอดภัย โดยหลังจากนี้ ตาลีบันจะเร่งดำเนินการถ่ายโอนอำนาจภายใต้รัฐบาลอิสลามที่เปิดกว้างและครอบคลุม
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สื่อของทางการจีนเผยแพร่ภาพของนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ยืนอยู่เคียงข้างกับเจ้าหน้าที่จากกลุ่มตาลีบัน หลังจากนั้นเริ่มมีสื่อต่างประเทศรายงานว่า จีนกำลังเตรียมการเพื่อรับรองกลุ่มตาลีบันที่เข้ายึดครองอัฟกานิสถาน ในฐานะรัฐบาลชุดใหม่ นอกจากนี้ นายหวังอี้ยังได้ตำหนิสหรัฐฯ กับการถอนกำลังอย่างรีบเร่งออกจากอัฟกานิสถาน และบอกว่า ตาลีบันเป็นทหารที่มีความสำคัญและกองกำลังทางการเมือง ซึ่งคาดว่า จะมีบทบาทสำคัญในกระบวนการฟื้นฟู การสร้างความปรองดอง และการสร้างสันติภาพของประเทศ
สำหรับรัสเซีย อาจารย์ชูเกียรติให้ความเห็นว่า รัสเซียคือสหภาพโซเวียตในอดีต อาจอยากเห็นศัตรูทางการเมืองที่สหรัฐฯ พยายามจะเล่นงานมีความเข้มแข็งในอัฟกานิสถาน “ณ ตอนนี้ ตาลีบันเองถ้าจะขอพึ่งความช่วยเหลืออาจจะหันหน้าไปพึ่งจีนกับรัสเซียมากกว่าหันไปพึ่งโลกตะวันตก”
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า หลังจากนี้จะเป็นช่วงเวลาของการหากำลังสนับสนุนหรือหาพันธมิตร แต่ถึงแม้จะไม่เกิดสงครามกลางเมืองในลักษณะที่สองฝ่ายสู้รบกันโดยตรง แต่ก็จะเกิดกลุ่มต่อต้านตาลีบันในสังคมอัฟกานิสถาน ซึ่งจะทำให้การปกครองของตาลีบันในอัฟกานิสถานเองไม่ราบรื่น
“พูดง่าย ๆ ตาลีบันใช้การก่อการร้ายเล่นงานรัฐบาลกลางอัฟกานิสถาน นับจากนี้ไป ผมเชื่อว่ากลุ่มตาลีบันเองจะเจอการก่อการร้ายจากกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการกลับมาของตาลีบันเช่นกัน” อาจารย์ชูเกียรติกล่าว
เขาเสริมว่า “อัฟกานิสถานเหมือนกับเป็นประเทศที่ถูกสาป ถูกยึดครองโดยชาติอื่นมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นมองโกลในอดีต ชาติมหาอำนาจที่รายล้อมอัฟกานิสถานผลัดกันยึดครองอัฟกานิสถาน จนถึงอังกฤษ สหภาพโซเวียต สหรัฐฯ ไม่เคยมีสันติสุข ไม่เคยมีระเบียบที่จะทำให้อัฟกานิสถานเป็นประเทศที่มีโอกาสในการพัฒนาอย่างจริงจัง อัฟกานิสถานเป็นประเทศที่ยากจนประเทศหนึ่งของโลกเราใบนี้”
แรงกระเพื่อมในระดับโลกจากความสำเร็จของตาลีบัน
มีการคาดการณ์ว่า นานาประเทศอาจยังไม่ยอมรับอำนาจของรัฐบาลตาลีบันที่กำลังจัดตั้งและถ่ายโอนอำนาจอยู่ โดยเชื่อว่าอาจรอดูท่าทีขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ก่อนว่า จะนำประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกลุ่มตาลีบันในอดีต แล้วกลัวว่ากลุ่มตาลีบันจะยังคงละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อไปอีกในอนาคตมาโจมตีหรือเปล่า
แต่มีอยู่ประเด็นหนึ่งที่ทำให้หลายประเทศเป็นกังวล รวมถึงตัวอาจารย์ชูกียรติเองเช่นกัน
“สิ่งที่คนกลัวก็คือ ถ้ากลุ่มตาลีบันทำแบบนี้ได้สำเร็จ ฟื้นคืนชีพกลับมาได้หลังผ่านไป 20 ปี สิ่งที่ผมกำลังกังวลโดยส่วนตัวคือว่า อัลเคดา ไอเอส ก็อาจฟื้นคืนชีพกลับมาด้วยในเวลาอันใกล้ ... ผมคิดว่าพวกนี้อาจจะเห็นตัวอย่างว่าตาลีบันฟื้นคืนชีพกลับมาได้ เพราะฉะนั้นอาจจะเป็นโอกาสของฉันหรือเปล่าในอนาคตถ้ามีจังหวะ” อาจารย์ชูเกียรติบอก
โดย “อิรัก” เป็นหนึ่งในประเทศที่ต้องจับตา เนื่องจากเป็นประเทศที่ตอนนี้มีเสถียรภาพทางการเมืองไม่มั่นคงเท่าไร เพราะสหรัฐฯ คอยให้การสนับสนุนเหมือนที่เคยสนับสนุนอัฟกานิสถาน แล้วอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา เอง ก็เคยต้องการถอนกำลังจากอิรักเหมือนกัน
“ฉะนั้นเมื่อใดที่สหรัฐฯ ถอนกำลังจากอิรักย่างจริงจังหรือเต็มรูปแบบ ผมก็ไม่รู้ว่าอัลเคดาจะฟื้นคืนชีพกลับมาหรือเปล่า แต่เป็นความกังวลของผมโดยส่วนตัวว่า ความเป็นไปได้น่าจะสูง และยิ่งมีตัวอย่างที่ดีของตาลีบันในอัฟกานิสถานด้วย” อาจารย์กล่าว
ผลกระทบหนึ่งที่เด่นชัดจากการฟื้นคืนชีพของกลุ่มตาลีบันคือ ความรู้สึกเรื่องความมั่นคง หรือความไร้ระเบียบ หรือการไร้เสถียรภาพทางการเมือง ในบริเวณภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียกลาง หรือในตะวันออกกลาง เริ่มสั่นคลอน
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ในภูมิภาคเอเชียกลาง 5 ประเทศ ได้แก่ คาซัคสถาน เติร์กเมนิสถาน คีร์กีซสถาน อุซเบกิสถาน และทาจิกิสถาน ได้จัดการประชุมตั้งแต่เมื่อต้นเดือน ส.ค. หลังจากตาลีบันเริ่มส่อเค้าว่าจะกลับมาในอัฟกานิสถาน
5 ประเทศนี้ร่วมกันหารือว่า จะจัดการหรือรับมืออย่างไรกับการกลับมามีบทบาทใหม่ของตาลีบันในอัฟกานิสถาน “แต่สิ่งที่ประเทศเหล่านี้กลัวคือ กลัวกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในประเทศของตัวเอง จะมากจะน้อยก็แล้วแต่ จะออกมาสร้างผลกระทบทางลบต่อการเมืองภายในของประเทศเหล่านี้หรือเปล่า เพราะประเทศในเอเชียกลางเหล่านี้เป็นประเทศมุสลิมทั้งหมด”
สำหรับประเทศไทยเอง อาจารย์ชูเกียรติมองว่าอาจได้รับผลกระทบในระดับนานาชาติบางด้าน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ น่านฟ้าของอัฟกานิสถานเป็นเส้นทางการบินจากภูมิภาคบ้านเราไปยังยุโรปที่ประหยัดเวลาที่สุด ดังนั้น ถ้าน่านฟ้าอัฟกานิสถานมีปัญหา อาจต้องบินอ้อมไปอิหร่าน ซึ่งต้องเสียเวลา เสียค่าเชื้อเพลิงมากขึ้น ฉะนั้นมีผลกระทบแน่นอนในเรื่องของการเมืองในภูมิภาคและผลกระทบในระดับระหว่างประเทศที่คนไทยเองก็ควรเฝ้าติดตามต่อไป
อาจารย์มองว่า คุณภาพชีวิตประชาชนชาวอัฟกันคงต้องทุกข์ทรมานอีกสักพัก แต่ไม่อาจบอกได้ว่าอีกสักพักนี้คือ 10 หรือ 20 ปี
เมื่อครั้งที่ตาลีบันถูกล้มไปในปี 2001 แล้วมีรัฐบาลกลางที่สหรัฐฯ ชี้นำ ประชาชนชาวอัฟกันต่างหวังว่า ชีวิตความเป็นอยู่จะดีขึ้น แต่รัฐบาลกลางเองก็ถูกตั้งข้อรังเกียจว่าทุจริตมาตลอด
ความผิดพลาด ความอ่อนแอ ความไร้ประสิทธิภาพ หรือความไม่โปร่งใสของรัฐบาลกลางอัฟกานิสถาน เป็นจุดที่ทำให้ตาลีบันซึ่งเข้มแข็งมากขึ้นผงาดกลับมาใหม่ได้สำเร็จ
“ฉะนั้นสำหรับประชาชนชาวอัฟกัน ผมเสียใจที่ต้องกล่าวว่า ยังคงจะต้องทรมานหรือประสบความยากลำบากในการใช้ชีวิตต่อไปอีกสักพักหนึ่ง ส่วนที่ว่าจะเป็นดินแดนสันติภาพได้หรือไม่นั้น ผมกล้าตอบได้ 95% เลยว่า คงจะยากในอนาคตอันใกล้” อาจารย์ชูเกียรติกล่าว
“ไบเดน” ยันคิดถูก ถอนทัพจากอัฟกานิสถาน-ยอมรับ "ตาลีบัน" ยึดเร็วกว่าคาด
ข้อมูลประกอบบทสัมภาษณ์จาก BBC / SCMP / Reuters
ภาพจาก AFP / Getty Image