สื่อนอกตีข่าว ไทยเป็นหนึ่งในชาติฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ผู้สูงอายุล่าช้า

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สำนักข่าวรอยเตอร์วิเคราะห์ข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19 ประเทศไทย รายงานผู้สูงอายุในไทยได้รับวัคซีนครบโดสเพียง 6.7% จากผู้สูงอายุทั้งหมด

วันที่ 31 ส.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรอยเตอร์ ได้ทำการสำรวจข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของ 30 ประเทศทั่วโลก โดยหนึ่งในนั้นคือประเทศไทย และพวกเขาพบว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวใน 30 ประเทศที่มีผู้สูงอายุที่ได้รับการฉีดวัคซีนน้อยกว่ากลุ่มที่อายุน้อยกว่า”

สำนักข่าวรอยเตอร์วิเคราะห์ข้อมูลของรัฐบาลไทยซึ่งแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชากรสูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ครบโดสแล้ว 6.7% จากประชากรสูงอายุที่มีประมาณ 10.9 ล้านคน ขณะที่กลุ่มอายุ 18-59 ปีมีผู้ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วถึง 15%

แอฟริกาใต้พบโควิด-19 "C.1.2" อีกหนึ่งสายพันธุ์ใหม่ที่ต้องจับตา

ขณะที่มาเลเซียซึ่งอยู่ติดกันได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ผู้สูงอายุครบโดสไปแล้วอย่างน้อย 64% ณ วันที่ 2 ส.ค. ตามข้อมูลของรัฐบาลมาเลเซีย ส่วนอินโดนีเซีย สถานการณ์จะคล้ายกับไทย คือมีผู้สูงอายุเพียง 17% เท่านั้นที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบโดส

นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แผนการจัดลำดับความสำคัญของการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ผู้สูงอายุจะเปลี่ยนไปหลังจากเกิดการระบาดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ และเสริมว่า อัตราการฉีดวัคซีนที่ค่อนข้างต่ำในกลุ่มนี้อาจทำให้มีผู้สูงอายุเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

ตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา การเสียชีวิตจากโควิด-19 ในประเทศไทยกว่า 62% หรือเกินครึ่ง เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ และคิดเป็น 8.7% ของจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า แม้ผู้สูงอายุจะติดน้อย แต่เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยง จึงทำให้มีอัตราการเสียชีวิตสูง ซึ่งเป็นผลเกี่ยวเนื่องที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีนล่าช้า

ขณะที่ในอินโดนีเซีย กลุ่มผู้สูงอายุคิดเป็นเกือบ 12% ของผู้ป่วยทั้งหมด แต่คิดเป็นเพียง 47% ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยเคยประกาศในช่วงแรกว่า ผู้สูงอายุจะเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญในการฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นกลุ่มแรก ๆ แต่การวางแผนเปลี่ยนไปจากระบบการจัดลำดับความสำคัญตามอายุไปเป็นระบบจัดลำดับความสำคัญตามพื้นที่ภูมิศาสตร์ หลังจากมีการระบาดในกรุงเทพฯ ในเดือน เม.ย.

ส่งผลให้กลุ่มประชากรที่อายุน้อยและวัยทำงานในเมืองหลวงเข้าถึงการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้ง่ายกว่าคนชรา ส่งผลให้อัตราการฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุลดลง

“เรากำลังจะจัดลำดับความสำคัญของผู้สูงอายุ แต่เราไม่ได้คาดการณ์ว่าจะมีการติดเชื้อจำนวนมากจากสายพันธุ์เดลตา ... เมื่อมันเกิดขึ้น เราจึงจำต้องรวบรวมทรัพยากรของเราสำหรับพื้นที่เสี่ยงที่มีอัตราการติดเชื้อสูงและฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ทุกกลุ่มอายุในพื้นที่นั้นเพื่อควบคุมการติดเชื้อ” นพ.เฉวตสรรกล่าว

รอยเตอร์ระบุว่า พื้นที่กรุงเทพฯ ได้รับปริมาณการจัดสรรวัคซีนคิดเป็น 1 ใน 3 ของประเทศไทย ขณะที่มีจำนวนประชากรคิดเป็น 1 ใน 10 ของทั้งประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า การจองวัคซีนผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันเป็นหลัก เป็นการตัดโอกาสผู้สูงอายุในหลายพื้นที่ เพราะเป็นกลุ่มที่เข้าใจเทคโนโลยีน้อยที่สุด

รัฐบาลไทยกล่าวว่า ขณะนี้มีเป้าหมายที่จะเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับผู้สูงอายุ นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า ภายในสิ้นเดือน ก.ย. นี้ ผู้สูงอายุในประเทศไทยอย่างน้อย 70% ควรได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งเข็ม

ปัจจุบัน ผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ กว่า 97% ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งเข็มแล้ว และมี 7% ได้รับวัคซีนอย่างครบโดสแล้ว

 

เรียบเรียงจาก Reuters

พลิกวิกฤติโควิด-19 เป็นโอกาสการเรียนรู้วิถีใหม่ Home Based Learning

กรมอนามัย ย้ำร้านอาหาร ‘ล้างพื้น – ครัว – ห้องส้วม’ ให้สะอาด ปลอดภัย ก่อนเปิดร้าน

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ