เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า คิชิดะ ฟูมิโอะ (Fumio Kishida) อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่นในวัย 64 ปี จะได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 100 ของญี่ปุ่น หลังชิงตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลได้สำเร็จ โดยดำรงตำแหน่งแทน สึกะ โยชิฮิเดะ ที่ตัดสินใจไม่ลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อ เพื่อแสดงความรับผิดชอบปัญหาในช่วงโควิด-19
"ดาบพิฆาตอสูร" ขึ้นแท่นทำเงินสูงสุดญี่ปุ่น
ลงทะเบียนฉีดวัคซีนเข็ม 3 จองคิวผ่านเครือข่ายมือถือ เริ่ม 7 ต.ค. ไม่รับ WALK IN
โดยมีข่าวล่าสุดที่เปิดเผยมุม “โอตาคุ” ของว่าที่นายกฯ ญี่ปุ่นคนนี้ และได้ใจชาวเน็ตในญี่ปุ่นไม่น้อย นั่นคือคิชิดะเปิดเผยในงานแถลงข่าวที่เป็นทางการว่า เขาเป็นแฟนตัวยงของการ์ตูนชื่อดังเรื่อง “ดาบพิฆาตอสูร (Kimetsu no Yaiba)” ซึ่งครองใจใครหลายคนทั่วโลก
ซึ่งในวันเดียวกันนั้น ที่ญี่ปุ่นได้มีการฉาย ดาบพิฆาตอสูร ภาคศึกรถไฟสู่นิรันดร์ เวอร์ชันฉายทางโทรทัศน์ ซึ่งเป็นภาคที่เคยฉายในรูปแบบภาพยนตร์และเป็นภาพยนตร์อนิเมะที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในญี่ปุ่น
นักข่าวจึงถามคิชิดะว่า ได้รับชมดาบพิฆาตอสูรที่ฉายอยู่ทางโทรทัศน์หรือไม่ เขาตอบว่า “ผมไม่ได้ดูทางโทรทัศน์หรอกนะครับ แต่ผมอ่านหนังสือการ์ตูน (มังงะ) ของดาบพิฆาตอสูรครบทั้ง 23 เล่มแล้ว”
สำหรับดาบพิฆาตอสูรนั้น เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโลกญี่ปุ่นที่มีมนุษย์และอสูร โดยแบ็กกราวด์อยู่ในยุคไทโช (ค.ศ. 1912-1926) หรือยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 1
เรื่องราวของดาบพิฆาตอสูรเล่าถึง คามาโดะ ทันจิโร่ เด็กหนุ่มลูกชายคนโตของครอบครัวคนเผาถ่าน เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการหารายได้เลี้ยงดูครอบครัวหลังพ่อเสียชีวิต
วันหนึ่งมีอสูรบุกเข้ามาสังหารคนในครอบครัวของทันจิโร่ จนหมดสิ้นเหลือแต่เพียงเขาและน้องสาวที่ชื่อเนะซึโกะเท่านั้น แต่เนะซึโกะกลับกลายเป็นอสูรไป เขาจึงพยายามหาทางทำให้น้องสาวกลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้งโดยเข้าร่วมกับกลุ่มที่เรียกว่า “นักล่าอสูร” ที่คอยทำหน้าที่กำจัดอสูรนั่นเอง
และเมื่อมีนักข่าวถามว่า ตัวละครโปรดของเขาคือใคร คิชิดะตอบว่า “ตัวละครโปรดของเขาคือ อาคาสะ” ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับชาวเน็ตไม่น้อย เพราะเป็นชื่อของอสูร ที่ถูกจัดให้อยู่ฝ่ายที่บ้านเราเรียกว่า “ตัวร้าย”
ชาวเน็ตรายหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า “โอ้ ฉันไม่มาแสดงความเห็นไม่ได้จริง ๆ ฉันคิดว่าคิชิดะซังที่เป็นนักการเมืองจะเลือกทันจิโร่ (พระเอก) เป็นตัวละครที่เขาชอบซะอีก แต่เขาเลือกอาคาสะ คิชิดะซังดูเหมือนจะเข้าใจการ์ตูนเรื่องนี้ดีนะเนี่ย”
ขณะที่อีกคนหนึ่งบอกว่า “ถ้าคิชิดะเข้าใจตัวละครอาคาสะ เราก็วางญี่ปุ่นไว้ในมือเขาได้อย่างวางใจแล้วล่ะ”
ที่ชาวเน็ตญี่ปุ่นแสดงความเห็นกันเช่นนี้ เป็นเพราะว่า อาคาสะเป็นตัวละครที่อาจนิยามได้ว่า “ต้องร้ายเพราะโลกบีบให้เขาร้าย” และในตัวเขายังมีด้านดีหลงเหลืออยู่
อาคาสะเกิดในครอบครัวที่ยากจนในปลายยุคเอโดะ (100 กว่าปีก่อนถึงยุดไทโช) ซึ่งเป็นยุคที่คนจนยากจะลืมตาอ้าปาก มีพ่อที่ป่วย เขาจึงก่อคดีลักทรัพย์เพื่อหาทางรักษาผู้เป็นพ่อ แต่ก็ถูกจับ และสุดท้ายพ่อของเขาก็เสียชีวิตไป
ต่อมาเขาได้โอกาสกลับตัว ไปฝึกวิชากับอาจารย์สอนศิลปะป้องกันตัวท่านหนึ่ง และพบรักกับลูกสาวของอาจารย์ แต่ทั้งสองกลับถูกสำนักวิชาอื่นที่อิจฉาริษยาวางยาพิษจนเสียชีวิต ทำให้อาคาสะที่สูญเสียคนที่รักเป็นครั้งที่สองเต็มไปด้วยความคั่งแค้น และลงมือสังหารคนที่ทำร้ายคนที่เขารักทั้งหมด จนสุดท้ายเขาก็กลายเป็นอสูรในที่สุด
นิสัยอย่างหนึ่งของอาคาสะที่คอการ์ตูนชื่นชมว่าเป็นข้อดีที่ยังหลงเหลืออยู่แม้กลายเป็นอสูรร้ายของเขาคือ เขาจะไม่ทรมานคนที่สู้ด้วย และจะไม่ลงมือสังหารผู้หญิงเลยแม้แต่คนเดียว เพราะระลึกถึงคนรักของตนเสมอ
ดังนั้นนี่คือตัวละครที่ “กลม” ตัวหนึ่งในการ์ตูนเรื่องดาบพิฆาตอสูร ตัวเขาที่หลงผิดเพราะความกตัญญูและความรัก ทำให้หลายคนอาจจะเกลียดตัวละครนี้ไม่ลง การที่ว่าที่นายกฯ ญี่ปุ่นเข้าใจตัวละครนี้ จึงทำให้ชาวเน็ตญี่ปุ่นมองว่า เขาน่าจะมีคุณสมบัติที่ดีในการเป็นผู้นำประเทศ
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังบอกอีกว่า “ผมจะพยายามผลักดันเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับผู้คนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น มังงะ อนิเมะ หรือภาพยนตร์”
เรื่องของซอฟต์พาวเวอร์ หรืออำนาจอ่อน คือการสร้างอิทธิพลต่อความคิดของสังคมและประชาชนในประเทศอื่น โดยอาศัยทรัพยากรพื้นฐาน 3 ประการได้แก่ วัฒนธรรม (Culture) ค่านิยมทางการเมือง (Political Values) และนโยบายต่างประเทศ (Foreign Policies)
ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า วัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่แฝงมากับการ์ตูนตลอดหลายปีมานี้ ทำให้ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในชาติที่ส่งออกวัฒนธรรมได้อย่างแข็งแกร่ง ดังจะสังเกตได้จากในช่วงกีฬาโอลิมปิก ที่มีการพูดถึงการ์ตูนเรื่อง “ไฮคิว (Haikyuu)” ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของทีมวอลเลย์บอลชาย จนหลายคนอินไปกับกระแสกีฬาชนิดนี้และส่งแรงเชียร์แรงใจให้ไปถึงฝั่งฝัน (ซึ่งหากย้อนมองกลับมาในไทย ยังคงมีคนพูดถึงภาพลักษณ์ทีมวอลเลย์บอลชายว่าเป็นสตรีเหล็กอยู่ด้วยซ้ำ)
เมื่อผู้นำมีวิสัยทัศน์ เห็นความสำคัญของอำนาจอ่อนโดยที่เอาตัวเองลงไปสัมผัสกับมันจริง ๆ เข้าใจวัฒนธรรมของตัวเองจริง ๆ และไม่ด้อยค่าการ์ตูนภาพยนตร์ว่าเป็นสิ่งไร้สาระเหมือนบางชนชาติ ก็ไม่น่าแปลกใจ ที่ญี่ปุ่นจะยิ่งทรงอำนาจทางวัฒนธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีกในอนาคต
เรียบเรียงจาก Yahoo Japan
ภาพจาก AFP
รู้จัก กรีนการ์ดล็อตโต้ ความหวังคนอยากย้ายประเทศ ลงหลักปักฐานสหรัฐอเมริกา
7 ต.ค.เงินเยียวยา ม.33 ม.39 ม.40 เข้าอีกรอบ ประกันสังคมย้ำเทคนิค เอกสาร ยื่นทบทวนสิทธิเยียวยา