เมื่อวานนี้ 21 ต.ค. 2564 ดร.เทดรอส เกเบรเยซุส เลขาธิการองค์การอนามัยโลก หรือ WHO เปิดเผยว่า โควิด-19 ได้คร่าชีวิตเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไปถึงราว 8 หมื่น หรืออาจจะมากถึง 180,000 คน ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ดังนั้นเจ้าหน้าที่ด้านงานสาธารณสุขจึงสมควรจะเป็นคนกลุ่มแรกที่เข้ารับการฉีดวัคซีน โดยดร.เทดรอส ยังได้กล่าวตำหนิการกระจายวัคซีนอย่างไม่เป็นธรรมอีกด้วย
คาดการณ์ว่า มีเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขราว 135 ล้านคนทั่วโลก แต่ข้อมูลจาก 119 ประเทศพบว่า โดยเฉลี่ยแล้ว มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขราว 2 ใน 5 เท่านั้นที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว และในภูมิภาคแอฟริกา น้อยกว่า 1 ใน 10 ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ในขณะที่ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข 8 ใน 10 ได้รับวัคซีนครบโดส นับเป็นตัวเลขที่ต่างกันอย่างมาก
ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารระดับสูงของ WHO ก็ออกมาเตือนว่า วิกฤตโควิดจะลากยาวต่อไปในปี 2022 เนื่องจากในเวลานี้ ประชากรในภูมิภาคแอฟริกาที่ได้รับวัคซีนมีน้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่นๆที่สัดส่วนอยู่ที่ราว 40 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นดร.บรูซจึงขอให้ประเทศร่ำรวยช่วยยกคิวในการสั่งซื้อวัคซีนให้แก่ประเทศยากจนแทน โดยเขายังบอกด้วยว่า ตอนนี้เราจำเป็นต้องเร่งความเร็ว มิเช่นนั้นการแพร่ระบาดจะยืดเยื้อไปอีกหนึ่งปีแทนที่มันจะจบลง
วัคซีนโควิด-19 ส่วนใหญ่ในเวลานี้อยู่ในประเทศที่ร่ำรวย หรือประเทศรายได้ปานลางค่อนไปทางสูง โดยข้อมูลจาก The People's Vaccine หน่วยงานการกุศลที่เผยแพร่ออกมาพบว่า วัคซีนส่วนใหญ่ของโลกใบนี้กระจุกตัวอยู่ในสหรัฐ สหภาพยุโรป และอังกฤษ โดยในสหรัฐมีวัคซีนกว่า 1 พันล้านโดส รองลงมาคือสหภาพยุโรปที่ราว 500 ล้านโดส
เลขาธิการ WHO ยังได้เรียกร้องเมื่อวานนี้ ให้กลุ่มประเทศร่ำรวยจี 20 ซึ่งกำลังจะจัดการประชุมในสัปดาห์หน้า ให้เดินหน้าบริจาควัคซีนโควิด 19 เพิ่มให้แก่ประเทศที่ขาดแคลนวัคซีน
โฆษกรัฐบาล เตือนระวังมิจฉาชีพอ้าง “คนละครึ่งเฟส 4” ล้วงข้อมูลดูดเงิน
แม้ว่า WHO จะมีโครงการโคแว็กซ์ เพื่อหวังกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึง แต่โครงการดังกล่าวก็ถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะแต่เดิมมีเป้าหมายที่จะจัดส่งวัคซีนให้ได้สองพันล้านโดสภายในสิ้นปีนี้ แต่นับจนถึงปัจจุบัน โคแว็กซ์ทำได้เพียงแค่ 371 ล้านโดสเท่านั้น ซึ่งถือว่าห่างไกลจากเป้าหมายอยู่มาก