สถาบันจอห์น ฮอปกินส์รายงานว่า เมื่อวานนี้ ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิด 19 ทั่วโลกทะลุหลัก 5 ล้านคนแล้ว ภายในระยะเวลาไม่ถึงสองปี นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาด โดยในบรรดาผู้เสียชีวิตเกือบครึ่งหนึ่งอยู่ในสหรัฐฯ สหภาพยุโรป อังกฤษ และบราซิล ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประเทศที่มีรายได้สูงหรือรายได้ปานกลางค่อนไปทางสูง แค่เฉพาะในสหรัฐประเทศเดียวก็มีรายงานผู้เสียชีวิตกว่า 740,000 คนแล้ว มากกว่าประเทศอื่นในโลก
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่แท้จริงอาจจะสูงกว่านี้ เพราะว่ามีข้อจำกัดในเรื่องการตรวจและมีประชาชนที่ไปเสียชีวิตที่บ้านโดยไม่ได้รับการดูแลด้านสาธารณสุขแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศยากจน เช่น อินเดีย
อัลจาซีราห์รายงานว่า ศูนย์กลางการระบาดเปลี่ยนไปเรื่อยๆตลอดระยะเวลา 22 เดือนที่ผ่านมา เช่น ในขณะนี้ ไวรัสกำลังระบาดหนักที่รัสเซีย ยูเครน และอีกบางประเทศแถบยุโรปตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ทีมีการปล่อยข่าวลือ มีการสื่อสารที่ผิดพลาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงการฉีดวัคซีนของรัฐบาล
ในยูเครน ประชาชนผู้ใหญ่เพียงแค่ 17 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว ในขณะที่อาร์เมเนีย อัตราการฉีดวัคซีนอยู่เพียงแค่ 7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
โวย ครูอมวัคซีน “ไฟเซอร์”นักเรียนเชียงใหม่
แต่แอฟริกายังคงเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการฉีดวัคซีนน้อยที่สุดของโลก โดยประชากรเพียงแค่ 5 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด 1,300 ล้านคนเท่านั้นที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดส