สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า โจ ไบเดน ประธานาธิบดี จะจัดการประชุมเพื่อประชาธิปไตย หรือ Summit for Democracy ขึ้นในวันที่ 9-10 ธันวาคมนี้ โดยเป็นการประชุมออนไลน์ เนื้อหามุ่งไปที่การปกป้องประชาธิปไตย ป้องกันการทุจริต และสนับสนุนสิทธิมนุษยชน สหรัฐฯ ได้เชิญผู้แทนจาก 110 ประเทศเข้าร่วมรวมถึงไต้หวัน แต่รายงานระบุว่า ในงานนี้ไม่มีชื่อของจีนและรัสเซีย
การที่รัฐบาลไบเดนเชิญไต้หวันถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญ เพราะเป็นการรองรับสถานะของไต้หวันให้ทัดเทียมกับชาติอื่นๆ สวนทางกับความพยายามของจีนที่ระบุว่า ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และไม่ใช่ประเทศ และแน่นอนว่า ประเด็นนี้จะสร้างความไม่พอใจให้กับจีนเพิ่ม
อย่างไรก็ตามในการประชุมเพื่อประชาธิปไตยนี้ ไม่เพียงแค่ขั้วตรงข้ามอย่างจีนและรัสเซียที่ไม่ได้รับเชิญ แต่บางประเทศพันธมิตรอย่าง ซาอุดิอาระเบีย อียิปต์ จอร์แดน ไปจนถึงกาตาร์ก็ไม่ได้รับเชิญเช่นกัน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า เหตุผลอาจเป็นเพราะประเทศเหล่านี้ไม่ได้ปกครองแบบประชาธิปไตยเต็มใบ แม้จะเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ก็ตาม
ส่วนในกลุ่มอาเซียน ไม่ปรากฏชื่อประเทศไทยเช่นกัน ในขณะที่ชาติสมาชิกอาเซียนที่ได้รับเชิญมีแค่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
สหรัฐฯ ส่งเรือพิฆาตผ่านช่องแคบไต้หวันอีกครั้ง
และในวันเดียวกัน มีรายงานว่าสหรัฐฯ ได้ส่งเรือพิฆาตผ่านช่องแคบไต้หวันอีกครั้ง ซึ่งสหรัฐฯ มองว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นน่านน้ำสากลที่สามารถเดินทางผ่านได้ นับเป็นครั้งแรกที่ส่งเรือพิฆาตไปยังจุดเปราะบาง หลังการประชุมหารือระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน และประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ที่ในตอนนั้นบรรยากาศการประชุมเป็นไปได้ด้วยดี เรือดังกล่าวคือ เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีชั้นอาร์เลห์เบิร์ค “จอห์น มิลิอุส” ทางสหรัฐฯ ระบุว่า เป็นการแล่นเรือตามภารกิจปกติประจำภูมิภาค แต่ทำให้จีนไม่พอใจ
ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงประณามการกระทำครั้งนี้ โดยระบุว่า เป็นสิ่งที่ขัดกับคำพูดของสหรัฐฯ ที่อ้างว่าตนต้องการรักษาเสรีภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ขณะเดียวกันก็ยกคำพูดของผู้นำจีนที่เคยกล่าวกับไบเดนไว้ว่า อย่าเล่นกับไฟในประเด็นไต้หวัน กลับมาพูดย้ำอีกครั้ง
ทั้งนี้หากย้อนไปเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กองทัพจีนก็เพิ่งจะออกมาประณามสหรัฐฯ และแคนาดา จากการส่งเรือรบแล่นผ่านช่องแคบไต้หวัน โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่บ่อนทำลายสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคเช่นกัน ปัญหาคือ มุมมองที่ต่างกันต่อพื้นที่นี้
ช่องแคบไต้หวัน คือ น่านน้ำความกว้าง 180 กิโลเมตร ตั้งอยู่ระหว่างมณฑลฝูเจี้ยนในจีนแผ่นดินใหญ่ และเกาะไต้หวัน ช่องแคบนี้เป็นส่วนหนึ่งของทะเลจีนใต้ และเป็นเส้นทางเดินเรือขึ้นเหนือจากทะเลจีนใต้ไปยังทะเลจีนตะวันออก พื้นที่นี้ยังคงมีข้อพิพาท และเปราะบางต่อความขัดแย้ง สหรัฐฯ ระบุให้ช่องแคบไต้หวันเป็นน่านน้ำสากล ส่วนจีนมองว่าช่องแคบนี้คือส่วนหนึ่งของน่านน้ำตน จากนโยบายจีนเดียวที่ผนวกรวมไต้หวันด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจีนออกมาประณามกิจกรรมทางการทหารในช่องแคบไต้หวัน
ไต้หวันมุ่งหาลิทัวเนีย ด้านจีนประกาศลดความสัมพันธ์
อีกประเทศหนึ่งที่มุ่งเข้าหาไต้หวันในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คือ ลิทัวเนีย รัฐบาลไทเปและลิทัวเนียจับมือกันตั้งสำนักงานไต้หวันขึ้น ล่าสุดมีภาพด้านในสำนักงานใหม่แห่งนี้แล้ว รวมถึงเหตุผลจากผู้อำนวยการว่าทำไมต้องใช้ชื่อสำนักงานว่า ไต้หวัน ไม่ใช่ ไทเป เหมือนสำนักงานอื่นๆ
บรรยากาศภายใน สำนักงานการทูตไต้หวันในกรุงวิลนิอุส ประเทศลิทัวเนีย ที่ภายในเต็มไปด้วยธงไต้หวัน เคียงคู่กับธงชาติของลิทัวเนีย สำนักงานแห่งนี้เพิ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในการต่อต้านนโยบายจีนเดียวของรัฐบาลไต้หวัน และเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในการถอยห่างจากจีนของลิทัวเนียเช่นกัน หลังเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ลิทัวเนียกับจีนเกิดกรณีบาดหมางกันขึ้น
โดยในตอนนั้น รัฐบาลจีนเรียกตัว นายเฉิน จื้อเฟย เอกอัคราชทูตจีนประจำกรุงวิลนิอุสกลับประเทศจีนทันที สาเหตุจากการที่จีนทราบว่า ทั้งรัฐบาลลิทัวเนียและรัฐบาลของไต้หวันมีแผนที่จะเปิดสำนักงานทางการทูตแห่งนี้
เอริค หวง ผู้อำนวยการสำนักงานการทูตไต้หวัน ระบุว่า สำนักงานแห่งนี้ตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ และไม่ต่างอะไรกับสำนักงานวัฒนธรรมที่ตั้งขึ้นในหลายชาติ
อย่างไรก็ตามสำนักงานนี้แตกต่างจากสำนักงานอื่น เพราะใช้ชื่อว่า “ไต้หวัน” แทนที่จะใช้ชื่อ “ไทเป” เหมือนสำนักงานของรัฐบาลไต้หวันในประเทศอื่นๆ ของยุโรป ชื่อนี้ทำให้รัฐบาลจีนไม่พอใจอย่างมาก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จ้าว หลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนออกมาระบุว่า สิ่งที่ลิทัวเนียทำ เป็นสิ่งที่ผิดหลาดอย่างร้ายแรง เพราะถือเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของชาติอื่น ตามมาด้วยแถลงจากกระทรวงการต่างประเทศจีน ประกาศลดความสัมพันธ์ทางการทูตลงกับลิทัวเนีย
แต่ฝั่งไต้หวัน เอริค หวง ผู้อำนวยการชี้ว่า ที่ต้องใช้ชื่อไต้หวัน ก็เพื่อป้องกันการสับสน และความร่วมมือต่างๆ ระหว่างลิทัวเนียกับไต้หวันล้วนใช้ชื่อไต้หวันทั้งสิ้น จึงไม่ควรใช้ชื่อไทเปให้ยุ่งยาก
ล่าสุดความขัดแย้งนี้ยังไม่จบ เพราะย้อนไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา จีนยังคงออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างต่อเนื่อง จ้าว หลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า การกระทำของลิทัวเนียถูกปลุกเร้าโดยบางชาติ พร้อมเตือนให้นานาชาติระวังตัวอย่าติดกับดักนี้
อินกริดา ซิโมไมต์ นายกรัฐมนตรีลิทัวเนียออกมาชี้แจงว่า สำนักงานของไต้หวันที่เพิ่งเปิดขึ้นใหม่นั้น ไม่ได้มีบทบาททางการทูต ฉะนั้นแล้วจึงไม่ควรเป็นเรื่องใหญ่ แต่สำนักงานดังกล่าวตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของลิทัวเนียต่างหาก รวมถึงยืนยันว่าลิทัวเนียยังคงยึดมั่นในหลักการจีนเดียว
อย่างไรก็ตาม แม้จะสนับสนุนหลักการจีนเดียว แต่ที่ผ่านมาลิทัวเนียคือ หนึ่งในหลายประเทศที่เริ่มหันไปกระชับความสัมพันธ์กับไต้หวันมากขึ้น สัญญาณเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ที่ลิทัวเนียประกาศว่าจะถอนตัวจากความร่วมมือ 17+1 ซึ่งเป็นความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างจีน และกลุ่มประเทศในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก
นอกจากลิทัวเนีย ประเทศอื่น ๆ ก็เริ่มส่งสัญญาณเช่นกัน เพราะเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก็มีรายงานเจ้าหน้าที่ไต้หวันเดินทางเยือนลิทัวเนีย, สโลวาเกีย และสาธารณรัฐเช็กด้วย