ภาพที่เห็นอยู่นี้ดูราวกับฉากในภาพยนตร์วันสิ้นโลกที่ฮอลลีวูดสร้างขึ้น แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับเมืองเมย์ฟิลด์ ในรัฐเคนทักกี หลังเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เมืองนี้ถูกพายุทอร์นาโดมากถึง 30 ลูกพัดถล่ม ส่งผลให้เมืองทั้งเมืองกลายเป็นซากปรักหักพัง รวมถึงยังพัดเอารถยนต์บางคันขึ้นไปบนฟ้า ก่อนจะตกลงมายังจุดที่ห่างจากจุดจอดเดิม
พายุเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเมื่อคืนวันศุกร์ พัดจากพื้นที่ทางตะวันออกของรัฐอาร์คันซอ มุ่งขึ้นมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
รายงานระบุว่า พายุพัดผ่าน 6 รัฐของสหรัฐฯ แต่พื้นที่ที่หนักที่สุดคือรัฐเคนทักกี ที่พายุเดินทางผ่านเป็นระยะทางมากกว่า 300 กิโลเมตร ส่วนอีก 5 รัฐที่เหลือได้แก่ อิลลินอยส์ มิสซูรี อาร์คันซอ เทนเนสซี และมิสซิสซิปปี
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่ยังคงติดค้างอยู่ภายในซากต่าง ๆ ในขณะที่ประชาชนที่อพยพหนีออกไปก็กลับมาดูสภาพบ้านของตัวเอง รวมถึงเก็บข้าวของมีค่า
มีเสียงจากผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าช่วงเวลาประสบภัยให้ฟังว่า พวกเขาไม่ได้หนีออกนอกเมือง แต่ลงไปหลบอยู่ที่ชั้นใต้ดิน และพอขึ้นมาอีกทีก็พบว่า อพาร์ทเม้นท์ที่พวกเขาอาศัยอยู่ราบเป็นหน้ากลองไปแล้ว
ผู้ประสบภัย ระบุว่า พวกเขาได้รับการแจ้งเตือนว่าจะเกิดพายุขึ้นเพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้น ก่อนที่พายุจะเดินทางมาถึง
ความเสียหายยังรวมไปถึงเขตเมืองเก่าของเมืองเมย์ฟิลด์ ที่ย่านดังกล่าวเต็มไปด้วยบ้านเก่าแก่อายุหลายสิบปี รวมถึงโบสถ์เก่าหลายแห่งที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมือง อย่างไรก็ตามชาวเมืองระบุว่า พวกเขาจะช่วยกันสร้างโบสถ์ขึ้นมาใหม่
นอกจากบ้านเรือนที่พังเสียหายแล้วยังมีอีกหลายโรงงานที่ได้รับผลกระทบ หนักที่สุดคือโรงงานทำเทียนของเมืองเมย์ฟิลด์ ที่ขณะเกิดเหตุยังมีคนงานอยู่ข้างใน ภาพเปรียบเทียบที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของพายุ หลังคาของโรงงานพังถล่มลงมาทับคนงานกว่าร้อยชีวิต
มีรายงานล่าสุดจากแอนดี บีเชียร์ ผู้ว่าการรัฐเคนทักกี เปิดเผยว่า หลังความพยายามค้นหามานานหลายชั่วโมง ขณะนี้พวกเขาช่วยคนที่ติดค้างออกมาได้แล้วราว 40 คน
ส่วนจุดนี้คือโกดังเก็บสินค้าของบริษัทอเมซอนที่ตั้งอยู่ในรัฐอิลลินอยด์ อีกโรงงานที่ได้รับผลกระทบ พายุผ่ากลางโรงงานจนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวขาดครึ่ง ทั้งที่โรงงานแห่งนี้มีผนังคอนกรีตหนามากถึง 11 นิ้ว ด้านความเสียหายเบื้องต้น คาดกันว่ามีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 100 คนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นชาวสหรัฐฯ ในรัฐเคนทักกี
ส่วนเมืองเมย์ฟิลด์ที่กระทบหนักที่สุดคาดมีผู้คนต้องไร้ที่อยู่มากถึง 10,000 คน เนื่องจากบ้านเรือนพังถล่ม หรือไม่ก็หลังคาถูกทำลายและภาพรวมของทั้ง 6 รัฐ ขณะนี้มีประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้มากถึงหลักแสนคน
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศภาวะฉุกเฉินในรัฐเคนทักกี ในฐานะพื้นที่ที่ประสบภัยหนักที่สุด พร้อมสั่งให้รัฐบาลกลางส่งมอบความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงให้คำมั่นว่าจะทำทุกทางเพื่อเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น และผู้นำประเทศยังมีแผนที่จะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายด้วย แต่ตั้งใจว่าจะไปในภายหลัง เพื่อไม่ให้กระทบกับการทำงานของเจ้าหน้าที่
นอกจากนั้นผู้นำสหรัฐฯ ยังเน้นย้ำถึงปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้น โดยชี้ว่า ทอร์นาโดที่ปกติเกิดในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิ แต่กลับมาเกิดในฤดูหนาว อีกทั้งยังเป็นทอร์นาโดที่รุนแรงที่สุดเท่าที่มีมา เหล่านี้คือความผิดปกติ
ด้านผู้เชี่ยวชาญเองก็ประหลาดใจเช่นกัน รายงานจาก เจฟฟ์ มาสเตอร์ นักอุตุนิยมวิทยาชี้ว่า ตลอดการทำงาน 40 ปีของเขามีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดพายุรุนแรงแบบนี้ ความผิดปกติที่หนึ่ง คือ ช่วงเวลา เนื่องจากนี่คือเดือนธันวาคม ที่ปกติแทบไม่มีทอร์นาโด ความผิดปกติที่ 2 คือ ขนาดและระยเวลาที่มันพัดถล่มพื้นดิน ซึ่งพายุกลุ่มนี้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่มาก คาดว่ามากถึง 2 ไมล์ หรือราว 3 กิโลเมตร ส่วนระยะเวลาที่ถล่มพื้นดินก็เป็นเส้นทางยาวถึง 300 กิโลเมตร อีกทั้งยังเข้าพัดถล่มในช่วงกลางคืน ทำให้ความเสียหายยิ่งมากขึ้นไปอีก คาดกันว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอยู่เบื้องหลัง พายุนอกฤดูเหล่านี้ อีกทั้งยังเป็นปัจจัยที่ทำให้พายุรุนแรงขึ้น
อย่างไรก็ตามยังไม่มีหลักบานที่ชัดเจน และขณะนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาปรากฏการณ์เหล่านี้อยู่ เนื่องจากภัยพิบัติจากสภาพอากาศสุดขั้วเป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นใ