สหรัฐฯ ชี้วัคซีนต้าน “โอมิครอน” ยังไม่จำเป็น ยันเข็ม 3 ป้องกันได้


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ในขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน กำลังเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญโรคระบาดของสหรัฐฯ เผยขณะนี้การผลิตวัคซีนเพื่อต้านโอมิครอน ยังไม่มีความจำเป็น

ฮ่องกงวิจัยเบื้องต้น “โอมิครอน” กระจายในปอดช้า คาดสาเหตุอาการไม่รุนแรง

อังกฤษพบผู้ป่วยโควิดรายวันทำสถิติใหม่

นายแอนโทนี เฟาชี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ และหัวหน้าที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เปิดเผยระหว่างแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวว่า การฉีดวัคซีนเข็มบูสเตอร์ยังคงสามารถป้องกันสายพันธุ์โอมิครอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังไม่จำเป็นจะต้องผลิตวัคซีนเพื่อโควิด-19 แต่ละสายพันธุ์โดยเฉพาะ

เฟาซี ยังอธิบายเพิ่มว่า วัคซีนโมเดอร์นา เพียงสองเข็มยังมีประสิทธิภาพในการต้านโอมิครอนน้อยอยู่ แต่หากฉีดวัคซีนโมเดอร์นาเข็มที่สาม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพยับยั้งไวรัสได้ดียิ่งขึ้น

ด้านเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องโควิดของทำเนียบขาวยังกล่าวอีกว่า วัคซีนที่มีอยู่ขณะนี้สามารถป้องกันไวรัสได้ดี จึงยังไม่มีความจำเป็นจะต้องล็อกดาวน์ และสหรัฐฯ เองก็กำลังเร่งฉีดวัคซีนให้ประชากรกลุ่มเด็กอายุ 5 ถึง 11 ปี ทำให้สถานการณ์การระบาดในปัจจุบันไม่ย่ำแย่เหมือนคเมื่อก่อน

อย่างไรก็ตาม รายงานจากข้อมูลที่รวบรวมตั้งแต่สายพันธุ์โอมิครอนเริ่มระบาด ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคหรือ CDC ของสหรัฐฯ ได้เปิดเผยว่าสายพันธุ์โอมิครอนสามารถแพร่กระจายได้ดียิ่งกว่าสายพันธุ์เดลตา

ปัจจุบันสหรัฐฯ ยืนยันว่ามีผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนกระจายตัวอยู่ใน 36 รัฐ  รวมจำนวนผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3 ของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐฯ โดยเจ้าหน้าที่กล่าวว่า ยอดผู้ติดเชื้อโอมิครอนเพิ่มขึ้นสองเท่าในระยะเวลาสองวันเท่านั้น

นอกจากนี้ ดร. โรเชล วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อจากบ้านพักคนชราก็เพิ่มขึ้น และบุคคลกลุ่มนี้ต่างก็ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว แต่น่าสังเกตว่าคนที่ฉีดวัคซีนเข็มบูสเตอร์ มีอัตราการติดเชื้อที่น้อยกว่าถึงสิบเท่า

 

สหราชอาณาจักรเผย โอมิครอนกำลังเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่

ความมั่นใจของสหรัฐฯ แตกต่างจากฝั่งสหราชอาณาจักร ที่ออกมาพูดว่าสายพันธุ์โอมิครอนคือภัยร้ายแรงครั้งใหม่ เมื่อวานนี้ คริส วิตตี หัวหน้าเจ้าหน้าที่แพทย์แห่งอังกฤษ กล่าวว่าการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนเป็นภัยครั้งใหญ่ และอาจมีความสำคัญที่สุดในเหตุการณ์โควิด-19 เลยก็ว่าได้ เขาชี้ว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ ขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญยังไม่มีข้อมูลมากพอที่จะใช้ประเมินความอันตรายของสายพันธุ์โอมิครอน

ขณะนี้สหราชอาณาจักรมีผู้ติดเชื้อใหม่ 78,610 คน นับว่าสูงที่สุดตั้งแต่เกิดการระบาดจากระลอกที่แล้วเมื่อเดือนมกราคม  ส่วนอัตราการฉีดวัคซีน เข็มแรกอยู่ที่ร้อยละ 89.3 เข็มที่สองร้อยละ 81.5 และบูสเตอร์โดสร้อยละ 43

บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวว่า การแจกจ่ายวัคซีนในสหราชอาณาจักรเป็นไปอย่างน่าพอใจ และเมื่อเทียบกับอัตราผู้ที่ได้รับวัคซีนในสหรัฐฯ และในสหภาพยุโรป เพราะขณะนี้อัตราการฉีดวัคซีนของสหราชอาณาจักรก็มากกว่าถึงสองเท่า

ตอนนี้ที่อังกฤษ ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลกำลังเพิ่มขึ้น และจำนวนผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนก็เป็นที่น่ากังวล ที่สำคัญคือการระบาดของโอมิครอนทำให้สถานการณ์โควิด-19 ในอังกฤษรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ในสหราชอาณาจักรมีผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 7,432 คน และอยู่ในแผนกผู้ป่วยหนักหรือ ICU จำนวน 892 คน

รัฐบาลอังกฤษ เห็นว่า ถ้าหากคนไข้ในโรงพยาบาลคนไหนที่อาการทรงตัวจนสามารถกลับไปรักษาตัวที่บ้านหรือที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยได้ ก็ควรจะต้องออกจากโรงพยาบาลก่อนช่วงคริสต์มาสหรือปีใหม่ เพราะจากการคาดคะเนตัวเลขผู้ป่วยในปลายเดือนธันวาคมจะสูงยิ่งกว่าปัจจุบัน และโรงพยาบาลต้องเตรียมรับมือกับคลื่นผู้ป่วยใหม่ ประกอบกับข้อมูลจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคระบาดของสหภาพยุโรป ระบุว่าภายในสองเดือนแรกของปี 2022 โคโรนาไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนจะกลายเป็นสายพันธุ์ที่ครองพื้นที่ในยุโรปมากที่สุด

 

จากการศึกษาจากตัวอย่าง คาดการณ์ว่าสายพันธุ์โอมิครอนจะมาแทนที่สายพันธุ์เดลตาภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า และในรายงานยังระบุว่า แม้โอมิครอนจะมีอาการรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์เดลตา แต่ก็สามารถแพร่กระจายได้ง่ายกว่า นำไปสู่ตัวเลขผู้ติดเชื้อและคนไข้ในโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคระบาดของสหภาพยุโรปแนะนำให้ประชาชนฉีดวัคซีน โดยเฉพาะเข้ารับวัคซีนเข็มบูสเตอร์ ซึ่งจะช่วยชะลอการติดเชื้อและบรรเทาอาการข้างเคียงได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ