องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวล่าสุด เมื่อวันเสาร์ (18 ธ.ค.) ตรวจสอบพบการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนแล้วใน 89 ประเทศและกำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็วแม้ในประเทศที่มีการฉีดวัคซีนจำนวนมากและมีการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ของประชากรแล้วก็ตาม
ขณะเดียวกันพบว่า จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าทุก ๆ หนึ่งวันครึ่ง ถึง 3 วัน หากมีการแพร่ระบาดในชุมชน ซึ่งองค์การอนามัยโลกมีความกังวลถึงสถานการณ์รองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลหากการแพร่ระบาดยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“ความได้เปรียบของสายพันธุ์โอมครอนคือการแพร่ระบาดที่รวดเร็วอย่างมาก” เมื่อเทียบกับสายพันธุ์เดลตาและคาดว่าจะเร็วกว่าสายพันธุ์เดลตา และมีแนวโน้มที่โอมิครอนจะครองการระบาดสูงสุดในประเทศที่เกิดการติดเชื้อภายในชุมชน
องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนว่าการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของสายพันธุ์โอมิครอนเป็นเพราะพยายามหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน ที่เกิดจากวัคซีนหรือภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติได้หรือไม่
รวมถึงหลายๆ คำถามสำคัญที่ยังไม่ได้คำตอบและข้อมูลที่ยังมีอยู่อย่างจำกัด เช่น ประสิทธิภาพของวัคซีนแต่ละชนิดที่มีต่อสายพันธุ์โอมิครอน ความรุนแรงทางคลินิกสายพันธุ์โอมิครอน ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยของอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน (ICL) บ่งชี้ว่า ความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนนั้นมากกว่าสายพันธุ์เดลตาถึง 5 เท่า
เรียบเรียงจาก : The Guardian / TIME