เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ประกาศอนุมัติใช้ยาเม็ดรักษาโควิด-19 ของประเทศ นั่นคือ “แพกซ์โลวิด (PAXLOVID)” ซึ่งเป็นยาที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทไฟเซอร์ หนึ่งในผู้พัฒนาวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA โดยหลังจากนี้ ประชาชนในสหรัฐฯ ที่ติดโควิด-19 สามารถขอรับใบสั่งยาได้
นี่เป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของสหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่ทำให้อัตราการรักษาตัวในโรงพยาบาล และการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น รวมถึงภัยคุกคามจากสายพันธุ์โอมิครอน
เทียบสเปก ยาเม็ดต้านโควิด-19 ของ “เมอร์ค” และ “ไฟเซอร์”
ยาแพกซ์โลวิดเป็นวิธีที่รวดเร็วในการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระยะเริ่มต้น เป็นยาเม็ดตัวแรกและตัวเดียวที่ได้รับอนุมัติให้ใช้ได้ในสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ยาต้านหรือรักษาโควิด-19 ล้วนเป็นยาฉีดทั้งสิ้น
มีรายงานว่า ยาเม็ดรักษาโควิด-19 ของไฟเซอร์มีผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรงและมีประสิทธิภาพดี ลดโอกาสในการป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิตได้เกือบ 90%
สธ.แจงเหตุผลที่ไทย ไม่ติด 1 ใน 95 ประเทศ "ไฟเซอร์" ให้ฟรี สูตรยา "แพกซ์โลวิด"
ไฟเซอร์แบ่งสูตรยา 'แพกซ์โลวิด' รักษาโควิด ให้ฟรี 95 ชาติ ไทยตกขบวน
โดย FDA อนุมัติให้ใช้ยาเม็ดของไฟเซอร์ได้ในผู้ใหญ่และเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปที่มีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวกและแสดงอาการในระยะแรกซึ่งมีภาวะเสี่ยงร่วมที่อาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เช่น เป็นผู้สูงอายุ เป็นผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน หรือเป็นผู้ที่มีโรคหัวใจ ทั้งนี้ ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ในผู้ป่วยที่มีปัญหาไตหรือตับ ส่วนเด็กที่มีสิทธิ์ได้รับยาต้องมีน้ำหนักอย่างน้อย 40 กิโลกรัม
ปัจจุบันไฟเซอร์มียาแพกซ์โลวิดพร้อมจัดส่ง 180,000 คอร์ส โดยประมาณ 60,000-70,000 คอร์สจะจัดสรรให้กับสหรัฐฯ บริษัทฯ กล่าวว่า คาดว่า สหรัฐฯ จะได้รับยา 250,000 คอร์สภายในสิ้นเดือน ม.ค. 2022
คาดว่าสาธารณสุขสรัฐฯ จะจัดสรรยาไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากที่สุดก่อน ไฟเซอร์กล่าวว่า ปริมาณยาที่มีเพียงเล็กน้อยนั้นเกิดจากเวลาในการผลิต ซึ่งปัจจุบันต้องใช้เวลาประมาณ 9 เดือน บริษัทฯ กล่าวว่า จะสามารถลดเวลาในการผลิตลงเหลือครึ่งหนึ่งในปีหน้า
รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ตกลงที่จะซื้อยาแพกซ์โลวิดให้เพียงพอสำหรับการรักษาผู้คน 10 ล้านคนในราคาคอร์สละ 500 ดอลลาร์หรัฐ (ราว 16,800 บาท) และจะแจกให้ผู้ป่วยฟรี โดยเมื่อผู้ป่วยมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก จะสามารถขอรับใบสั่งยาได้ และต้องรับยาภายใน 5 วันหลังแสดงอาการ โดยต้องรับประทาน 1 คอร์ส เป็นเวลา 5 วัน วันละ 2 ครั้ง
ด้านไฟเซอร์กล่าวว่า กำลังดำเนินการผลิตยาให้ได้ 80 ล้านคอร์สในปีหน้าเพื่อส่งมอบให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่สั่งซื้อไว้ เช่น กับสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และประเทศอื่น ๆ
ประธานาธิบดี โจ ไบเดน กล่าวว่า ยาเม็ดดังกล่าวถือเป็น “ก้าวสำคัญในเส้นทางของเราให้พ้นจากวิกฤตการระบาดใหญ่” และกล่าวว่า ฝ่ายบริหารของเขาจะทำงานร่วมกับทางการรัฐต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่ามีการแจกจ่ายยาอย่างเท่าเทียมกัน
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพยอมรับว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรค แต่เมื่อประชากรวัยผู้ใหญ่ชาวอเมริกันประมาณ 40 ล้านคนยังคงไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ยาที่มีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิต
ขณะนี้ สหรัฐฯ มีรายงานการติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 140,000 รายทุกวัน และเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางเตือนว่า สายพันธุ์โอมิครอนอาจทำให้จำนวนผู้ป่วยพุ่งสูงขึ้นได้
การตัดสินใจอนุมัติยาแพกซ์โลวิดของ FDA นี้ พิจารณาจากผลลัพธ์ของการทดลองกับผู้ป่วย 2,250 ราย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ยาเม็ดตัวนี้สามารถลดอัตราการป่วยเข้าโรงพยาบาลและการเสียชีวิตได้ 89% เมื่อให้ยากับผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลางภายใน 3 วันหลังแสดงอาการ มีผู้ป่วยที่ใช้ยาน้อยกว่า 1% ที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และไม่มีใครเสียชีวิตเลยเมื่อสิ้นสุดการทดลอง 30 วัน เทียบกับในกลุ่มยาหลอกที่พบว่า มี 6.5% ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และมีผู้เสียชีวิต 9 ราย
นอกจากแพกซ์โลวิดแล้ว สหรัฐฯ ยังมีแผนอนุมัติยา “โมลนูพิราเวียร์” ของบริษัทเมอร์คด้วยเช่นกัน
เรียบเรียงจาก AP
ภาพจาก AFP PHOTO / PFIZER