ผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนรายแรกในออสเตรเลีย เป็นชายวัย 80 ปี ที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว แต่มีโรคประจำตัว ติดเชื้อที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในนครซิดนีย์
ขณะที่ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนแล้ว 32 คน โดยสหราชอาณาจักรมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือ 29 คน ส่วนอีก 3 คน อยู่ในสหรัฐอเมริกา เยอรมนี และออสเตรเลีย
เชื้อสายพันธุ์โอมิครอนเริ่มระบาดในออสเตรเลียในช่วงที่รัฐต่างๆ เพิ่งผ่อนคลายมาตรการควบคุมพรมแดนภายใน และอนุญาตให้ชาวออสเตรเลียเดินทางกลับจากต่างประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว ซึ่งจนถึงขณะนี้ ออสเตรเลียพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนแล้ว 1,109 คน
ทางการออสเตรเลียยังคงปฏิเสธที่จะกลับไปใช้มาตรการล็อกดาวน์ แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะเพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ได้นำมาตรการควบคุมบางอย่างมาใช้อีกครั้ง เช่น รัฐนิวเซาท์เวลส์ที่กลับมาบังคับให้สแกนคิวอาร์โค้ดทุกครั้งที่เข้าไปในสถานที่สาธารณะ ขณะที่หลายรัฐกลับมาบังคับสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในอาคาร
นอกจากนี้ รัฐบาลออสเตรเลียยังลดการเว้นระยะช่วงสำหรับการฉีดบูสเตอร์โดสจาก 6 เดือน เป็น 4 เดือน และอาจจะเหลือเพียง 3 เดือนเร็วๆ นี้
เกาหลีใต้อนุมัติใช้ฉุกเฉินยาต้านโควิดไฟเซอร์
ส่วนที่เกาหลีใต้ กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาแถลงวันนี้ (27 ธ.ค.) ว่า ได้อนุมัติให้ใช้ยาเม็ดต้านไวรัสโควิด-19 “แพกซ์โลวิด” ของบริษัทไฟเซอร์ ในกรณีฉุกเฉินแล้ว โดยให้ใช้สำหรับผู้ใหญ่หรือเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า 40 กิโลกรัม และมีอาการเล็กน้อยหรือปานกลาง แต่มีความเสี่ยงสูงที่อาการจะรุนแรงได้เนื่องจากสาเหตุต่างๆ เช่น โรคประจำตัว
โดยนายคิม กัง-ลิป รัฐมนตรีกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาของเกาหลีใต้ระบุว่า ยา “แพกซ์โลวิด” เป็นการเพิ่มทางเลือกในการรักษานอกเหนือจากการฉีดวัคซีน ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ที่บ้านหรือศูนย์รักษาในที่พักอาศัยอาการทรุดหนัก
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกาหลีใต้ได้กลับมาใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมเข้มงวด ทั้งที่เพิ่งผ่อนคลายไปเดือนพฤศจิกายน หลังจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รายวันเพิ่มสูงขึ้นจนทำสถิติใหม่หลายครั้ง ขณะที่ระบบรักษาพยาบาลตึงตัวเพราะมีผู้ป่วยที่อาการรุนแรงจำนวนมาก
ทั่วโลกยกเลิก 8,000 เที่ยวบินช่วงคริสต์มาส
สายการบินทั่วโลกยังระงับเที่ยวบินเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสจนถึงต้นสัปดาห์นี้
ข้อมูลจากเว็บไซต์ ไฟลท์ อะแวร์ ดอท คอม (Flightaware.com) ผู้ให้บริการติดตามสถานะเที่ยวบิน ระบุว่า วันนี้ (27 ธ.ค.) มีเที่ยวบินทั่วโลกยกเลิกอีกกว่า 1,300 เที่ยวบิน โดยเที่ยวบินที่มีจุดหมายปลายทางในจีนและสหรัฐฯ มีสัดส่วนมากที่สุด
สายการบินในสหรัฐฯ ระบุเหตุผลของการยกเลิกเที่ยวบินว่าเนื่องมาจากนักบินและลูกเรือบางส่วนติดเชื้อหรือต้องกักตัว ทำให้พนักงานไม่เพียงพอ
ขณะที่ล่าสุด ฮ่องกงได้ระงับเที่ยวบินทั้งหมดของสายการบินโคเรียนแอร์ของเกาหลีใต้เป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้โดยสารที่เดินทางมากับเที่ยวบินของสายการบิน
ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา สายการบินทั่วโลกสั่งระงับเที่ยวบินไปแล้วกว่า 8,000 เที่ยว
ภาพ AFP