เมื่อวันที่ 11 พ.ค. กระทรวงสาธารณสุขสเปนรายงานว่า ผู้โดยสารชาวสเปนรายหนึ่งจากเรือสำราญ MV Hondius ซึ่งกำลังถูกกักตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในกรุงมาดริด มีผลตรวจเชื้อ “ไวรัสฮันตา” (Hantavirus) ออกมาเป็นบวก
กระทรวงฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ชายคนดังกล่าวได้รับการตรวจ PCR เมื่อเดินทางมาถึงประเทศเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ปัจจุบันไม่มีอาการใด ๆ และมีสุขภาพดี แต่จะมีการตรวจขั้นสุดท้ายเพื่อยืนยันอีกครั้ง
ผู้โดยสารชาวสเปน 14 คนถูกอพยพจากเรือ MV Hondius ไปยังโรงพยาบาลทหาร Gomez Ulla ในเมืองหลวง โดยผู้โดยสารอีก 13 คน ผลการตรวจเบื้องต้นเป็นลบ
ผู้โดยสารกลุ่มสุดท้ายได้ลงจากเรือสำราญที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสฮันตาแล้ว ขณะที่ทางการยืนยันพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 รายที่เชื่อมโยงกับการระบาดร้ายแรงนี้
ในวันเดียวกันนั้น เรือ MV Hondius ออกเดินทางจากเกาะเตเนริเฟของสเปนไปยังประเทศเนเธอร์แลนด์แล้ว หลังจากผู้โดยสาร 6 คนสุดท้าย ได้แก่ ชาวออสเตรเลีย 4 คน ชาวอังกฤษ 1 คน และชาวนิวซีแลนด์ 1 คน พร้อมด้วยลูกเรือบางส่วนลงจากเรือแล้ว
ทางการระบุว่า ชาวอเมริกันและชาวฝรั่งเศสที่เดินทางกลับประเทศไปก่อนหน้านี้มีผลตรวจเป็นบวก องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตาที่เชื่อมโยงกับเรือ MV Hondius แล้ว 7 ราย และเป็นเคสต้องสงสัยอีก 2 ราย
ด้านกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ กล่าวว่า พลเมืองอเมริกันคนที่ 2 ที่เดินทางมากับเที่ยวบินส่งตัวกลับประเทศเมื่อวันที่ 10 พ.ค. ก็มีอาการเล็กน้อยเช่นกัน โดยระบุว่าผู้โดยสารทั้งสองคนเดินทางกลับมาใน "หน่วยกักกันทางชีวภาพเพื่อความปลอดภัยสูงสุด"
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศส สเตฟานี ริสต์ กล่าวว่า หญิงคนหนึ่งกำลังกักตัวอยู่ในปารีส และสุขภาพของเธอกำลังทรุดโทรมลง โดยมีการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดแล้ว 22 ราย
ส่วนพลเมืองอังกฤษ 2 คนที่มีผลตรวจยืนยันว่าติดเชื้อกำลังได้รับการรักษาในเนเธอร์แลนด์และแอฟริกาใต้
ไวรัสฮันตาโดยปกติแล้วจะแพร่กระจายโดยสัตว์ฟันแทะ แต่การแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คนของสายพันธุ์แอนดีส ซึ่ง WHO เชื่อว่า ผู้โดยสารบางคนบนเรืออาจติดเชื้อมาจากอเมริกาใต้ อาการอาจรวมถึงไข้สูง อ่อนเพลียอย่างมาก ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดท้อง อาเจียน ท้องเสีย และหายใจลำบาก
แต่เจ้าหน้าที่กล่าวว่าความเสี่ยงของการระบาดใหญ่มีน้อยมาก โดย WHO แนะนำให้กักตัว 42 วันสำหรับผู้ที่ออกจากเรือ MV Hondius