เมื่อวันที่ 12 พ.ค. แพทย์จากโรงพยาบาลบิชาต์ในกรุงปารีสเปิดเผยว่า หญิงชาวฝรั่งเศสที่ติดเชื้อ “ไวรัสฮันตา” (Hantavirus) จากเรือสำราญ MV Hondius กำลังป่วยหนักและต้องรับการรักษาโดยใช้ปอดเทียม ขณะที่ยอดการระบาดขณะนี้มีรายงานผู้ป่วยทั้งหมด 11 ราย โดยได้รับการยืนยันแล้ว 9 ราย
มีผู้เสียชีวิตบนเรือสำราญ 3 ราย รวมถึงคู่สามีภรรยาชาวดัตช์ที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเชื่อว่าเป็นกลุ่มแรกที่สัมผัสกับไวรัสขณะเดินทางท่องเที่ยวในอเมริกาใต้
ดร. ซาเวียร์ เลสคูร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อจากโรงพยาบาลบิชาต์ กล่าวว่า ผู้โดยสารชาวฝรั่งเศสที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมีอาการป่วยรุนแรง ซึ่งทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ปอดและหัวใจในระดับที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
เขากล่าวว่า หญิงคนดังกล่าวต้องใช้เครื่องช่วยชีวิตที่สูบฉีดเลือดผ่านปอดเทียม ให้ออกซิเจน และส่งกลับเข้าสู่ร่างกาย ความหวังคืออุปกรณ์นี้จะช่วยลดแรงดันในปอดและหัวใจได้มากพอที่จะทำให้มีเวลาฟื้นตัว
เลสคูร์ชี้ว่า นี่เป็น “การดูแลประคับประคองขั้นสุดท้าย” แล้ว
ในส่วนของเรือ MV Hondius หลังจากอพยพผู้โดยสารและลูกเรือจำนวนมากออกเสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้เรือกำลังแล่นกลับไปยังประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค
ด้าน เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อและผู้ต้องสงสัยติดเชื้อเฉพาะในกลุ่มผู้โดยสารหรือลูกเรือของเรือสำราญเท่านั้น
“ในขณะนี้ ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าเรากำลังเห็นการระบาดที่ใหญ่ขึ้น แต่แน่นอนว่าสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ และเนื่องจากไวรัสมีระยะฟักตัวนาน จึงเป็นไปได้ที่เราอาจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” เทดรอสกล่าว
ผู้ติดเชื้อรายล่าสุดที่ได้รับการยืนยันคือผู้โดยสารชาวสเปนที่ตรวจพบเชื้อไวรัสไวรัสฮันตาหลังจากถูกอพยพออกจากเรือ ตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุขสเปนเมื่อวันที่ 12 พ.ค. โดยผู้โดยสารคนดังกล่าวถูกกักกันที่โรงพยาบาลทหารในกรุงมาดริด
เรียบเรียงจาก Associated Press