มีรายงานเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกง 200 นาย คุมตัวนายแพทริก ลัม รักษาการบรรณาธิการบริหารของ "สแตนด์นิวส์" เว็บไซต์ข่าวอิสระ โดยในคลิปเป็นจังหวะที่มีคนเข้าไปถามตำรวจว่าจับกุมเขาทำไม ก่อนที่ตำรวจจะคุมตัวเขาออกไป
"สแตนด์นิวส์" เป็นเว็บไซต์ข่าวอิสระที่ไม่แสวงผลกำไร ก่อตั้งเมื่อปี 2014 มีสำนักงานตั้งอยู่ในเขตกุ๊นถ่อง (Kwun Tong) ย่านที่ชนชั้นแรงงานอาศัยจำนวนมาก ตำรวจฮ่องกง ระบุ ในแถลงการณ์ว่า ได้รับอนุญาตให้ตรวจค้นและยึดสื่อสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้อง และได้ควบคุมตัวพนักงาน 7 คน
ซึ่งประกอบด้วยชาย 3 คน และหญิง 4 คน อายุระหว่าง 34-73 ปี โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงตรวจค้นบ้านของผู้ต้องสงสัย โดยพวกเขาถูกจับกุมในข้อกล่าวหาที่ว่า วางแผนโฆษณาอันเป็นการสร้างความไม่สงบให้เกิดขึ้นต่อสาธารณะ
ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ในจำนวนผู้ที่ถูกจับกุม ประกอบด้วย มาร์กาเร็ต อู๋ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติฝ่ายประชาธิปไตย, เดนิส โฮ นักร้องเพลงป็อปกวางตุ้ง, จง ปุย-ควน อดีตบรรณาธิการใหญ่, แพทริก ลัม รักษาการบรรณาธิการใหญ่ และอดีตคณะกรรมการบริหารอีก 2 คน
การบุกค้นและจับกุมครั้งนี้ เป็นตัวอย่างล่าสุดของการปราบปรามสื่อที่เห็นต่าง ภายใต้กฎหมายความมั่นคงในฮ่องกง และเกิดขึ้นหลังการรื้อถอนอนุสาวรีย์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณเทียนอันเหมิน และประชาธิปไตยในมหาวิทยาลัย 3 แห่ง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ล่าสุด "สแตนด์นิวส์" ได้โพสต์บนเพจเฟซบุ๊ก ประกาศยุติกิจการแล้ว โดยจะหยุดการอัปเดตเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ทั้งหมดทันที และลบเนื้อหาภายในไม่กี่วันนี้
เช็กวันหยุดธนาคาร ปี 2565 เพิ่มวันหยุดพิเศษ 2 วัน
หลังเกิดเหตุการณ์จับกุม สตีฟ ลี ผู้อำนวยการกรมความมั่นคงแห่งชาติตำรวจฮ่องกง เปิดเผย ในระหว่างการแถลงข่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างดำเนินการ และอาจจะมีการจับกุมคนอื่นเพิ่มเติม เพราะหลายคนอยู่ในบัญชีที่ตำรวงต้องการตัวอยู่แล้ว ภายใต้กฎหมายความมั่นคง นอกจากนี้ ยังได้บอกกับสื่อมวลชนที่ร่วมฟังการแถลงด้วยว่า สื่อไม่ควรเลือกข้าง และสื่อควรรู้ดีอยู่แล้วว่าต้องรายงานข่าวอย่างไร
ด้าน คณะกรรมการคุ้มครองผู้สื่อข่าว ออกมาประณามการจับกุมดังกล่าว โดยมีการเรียกเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เป็นการจู่โจมต่อเสรีภาพสื่อที่มันขาดรุ่งริ่งไม่เหลือชิ้นดีอยู่แล้วในฮ่องกง เพราะจีนกำลังเดินหน้าควบคุมฮ่องกงโดยตรง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฮ่องกงกำลังเดินหน้าปราบปรามผู้เห็นต่าง หลังทางการจีนแผ่นดินใหญ่ประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติต่อฮ่องกง ซึ่งภายใต้กฎหมายดังกล่าว อนุญาตให้จับกุม ผู้ที่พยายามจะแบ่งแยกดินแดน ก่อความไม่สงบ หรือสมรู้ร่วมคิดกับต่างชาติทำลายความมั่นคงของประเทศ และมีโทษสูงสุดหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง คือจำคุกตลอดชีวิต
ประสิทธิภาพชุดตรวจ ATK ที่มีวางขายในไทย ในการตรวจหา “โอมิครอน”
มท. สั่งทุกจังหวัดเข้มงวด ขอความร่วมมือ ปชช. งดไปพื้นที่เสี่ยง สกัด "โอมิครอน"