ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังคำสั่งผู้บริหารว่าด้วยการปกป้องทรัพย์สินบางอย่างของธนาคารกลางอัฟกานิสถาน เพื่อประโยชน์ของชาวอัฟกานิสถาน ซึ่งลงนามโดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่ออกมาเมื่อ11 ก.พ.
โดยคำสั่งดังกล่าวเป็นการปิดกั้นการเข้าถึงทรัพย์สินของอัฟกานิสถาน มูลค่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ พร้อมระบุว่า เงินดังกล่าวที่อยู่ในสถาบันการเงินของสหรัฐฯ รวมถึงธนาคารกลางฯในนครนิวยอร์กอาจถูกแช่แข็งไม่สามารถทำธุรกรรมได้ ยกเว้นว่า สถาบันการเงินเหล่านั้นจะโอนไปยังบัญชีรวมของธนาคารกลางสหรัฐฯ
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเงินของอัฟกานิสถาน ส่วนใหญ่มาจากความช่วยเหลือจากต่างประเทศ ซึ่งบริจาคส่งไปช่วยเหลือรัฐบาลอัฟกานิสถานชุดก่อนหน้าที่ได้รับการสนับสนุนจากชาติตะวันตก เป็นเวลา 2 ทศวรรษ โดยเงินจำนวนดังกล่าวติดอยู่ในธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานครนิวยอร์กนับตั้งแต่กลุ่มตาลีบันประกาศชัยชนะ หลังเข้ายึดกรุงคาบูลสำเร็จเมื่อปีที่แล้ว
ณ เวลานี้ อัฟกานิสถาน ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐและชาติตะวันตก กำลังเผชิญกับปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน และปัญหาความยากจนที่เกิดขึ้นในช่วงหลังสงคราม หลังสหรัฐฯ และพันธมิตรถอนทหารออกจากประเทศ
ล่าสุดรัฐบาลสหรัฐฯกำลังหาหนทางและวิธีการช่วยเหลือผู้คนที่นั่น โดยทำเนียบขาว ระบุว่า ประธานาธิบดีโจไบเดนวางแผนจะนำเงินในกองทุนที่อายัดไว้จำนวน 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯส่งไปยัง กองทุนทรัสต์ หน่วยงานที่ดูแลช่วยเหลือด้านมนุษย์ธรรม เพื่อประโยชน์ของชาวอัฟกานิสถาน และหน่วยงานดังกล่าวจะนำเงินจำนวนนี้ส่งไปช่วยเหลือชาวอัฟกานิสถานโดยไม่ผ่านทางกลุ่มตาลีบัน
ตรงนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯคนหนึ่งได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า การกระทำดังกล่าวของรัฐบาลไบเดนกำลังจะเพิ่มความตึงเครียดให้กับศัตรูเก่าโดยไม่ได้ตั้งใจ
อย่างไรก็ตามภายใต้แผนใหม่นี้ สหรัฐฯยังคงเป็นผู้บริจาคช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมรายใหญ่ที่สุดในอัฟกานิสถาน และมีการบริจาคเงินมากกว่า 516 ล้านดอลลาร์ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปให้องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรต่อไป
ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ทำให้กลุ่มตาลีบันแสดงความไม่พอใจอย่างมาก โดยMohammad Naeem โฆษกของกลุ่มตาลีบัน ออกมาระบุว่า การกระทำของสหรัฐฯถือเป็นการโจรกรรม ขโมยเงินของชาวอัฟกานิสถาน และเป็นการบ่งบอกถึงความเสื่อมโทรมทางศีลธรรมของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ โฆษกตาลีบันยังเหน็บแนมสหรัฐฯอีกว่า การพ่ายแพ้ และชัยชนะเป็นเรื่องธรรมดาในประวัติศาสตร์ แต่ความพ่ายแพ้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและน่าอับอายที่สุดคือความพ่ายแพ้ด้านศีลธรรมและทางการทหาร
ส่วนทางฝั่งของครอบครัวของเหยื่อโศกนาฎกรรม 9/11 ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากกลุ่มอัลกออิดะห์ และผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ 9/11 ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็มีโอกาสในการฟ้องร้องเพื่อเข้าถึงทรัพย์สินของอัฟกานิสถานที่ถูกอายัดได้
โดยทำเนียบขาวระบุว่า ทรัพย์สินเหล่านี้อยู่ในสหรัฐฯ และอยู่ภายใต้การดำเนินคดีจากเหยื่อของการก่อการร้าย ซึ่งพวกเขามีโอกาสเต็มที่ที่จะเรียกร้องในศาล
อย่างไรก็ตามญาติบางคนของเหยื่อ 9/11 ได้ออกมาแสดงความผิดหวังต่อความเคลื่อนไหวของประธานาธิบดีไบเดน โดยระบุว่า อัฟกานิสถานได้รับความเสียหายอย่างมาก และในฐานะสมาชิกในครอบครัวเหยื่อ 9/11 คิดว่าเงินที่มีอยู่ทั้งหมดควรนำไปบรรเทาทุกข์ในอัฟกานิสถาน