เมื่อเช้าที่ผ่านมา สื่อต่าง ๆ รายงานว่าศาลรัสเซียได้พิจารณาคดีของอเล็กซี นาวาลนี แกนนำนักเคลื่อนไหวต่อต้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน โดยศาลตัดสินเพิ่มโทษจำคุกของเขาเป็นเวลา 15 ปีจากคดีฉ้อโกงเมื่อปี 2014 และคดีดูหมิ่นศาลขณะพิจารณาคดี
การพิจารณาของนาวาลนีเกิดขึ้นในคุก IK-2 เมืองวลาดิเมียร์ทางตะวันออกของมอสโก ซึ่งห่างไกลและลับตาผู้คน หากเดินทางจากมอสโกต้องใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการจำกัดผู้สังเกตการณ์และผู้เข้าร่วมในการพิจารณคดีครั้งนี้
สื่อต่างประเทศได้เผยแพร่ภาพการพิจารณาคดีดังกล่าว ภาพที่ปรากฏออกมานั้นเป็นภาพที่หลายคนบอกว่าน่าเศร้าใจเพราะเป็นภาพที่นาวาลนีสวมกอดกอดกับภรรยาด้วยสภาพที่ซูบผอม นับเป็นภาพแรกของแรกของเขาหลังถูกศาลสั่งจำคุกเมื่อปีที่แล้ว หลังกลับจากการรักษาตัวในเยอรมนีเพราะถูกวางยาพิษด้วย โนวีชอก ซึ่งเป็นยาพิษร้ายแรงเมื่อกลางปี 2020
หลังจากมีข่าวออกมาชาติตะวันก็ไม่ได้นิ่งเฉย ออกมาแสดงความเห็นโต้ตอบทันที โดยคนแรก คือ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ทวิตข้อความในทวิตเตอร์ว่าเขาสงสัยเกี่ยวกับการตัดสินคดีของนาวาลนีในครั้งนี้ว่าเกิดขึ้นเพราะเหตุผลทางการเมือง
นอกจากนี้ บลิงเคนยังเรียกร้องให้ทางรัสเซียเลิกใช้กฎหมายกลั่นแกล้งและปล่อยตัวนาวาลนีทันที ส่วนอีกคน คือโอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีที่เพิ่งกลับจากการเข้าพบประธานาธิบดีปูตินไปหมาด ๆ เมื่อวานนี้ โดยเขากล่าวว่าการตัดสินคดีนาวาลนีนั้นขัดกับหลักนิติธรรม
อเล็กซี นาวาลนี เป็นนำพรรคก้าวหน้า (Progress Party) พรรคการเมืองฝ่ายค้านของรัสเซีย และผู้ก่อตั้งองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันที่คอยเปิดโปงขบวนการทุจริตในรัฐบาลปูติน
การเปิดโปงขบวนการทุจริตดังกล่าวทำให้คนรัสเซียจำนวนมากหันมาสนใจกับปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นในรัสเซียมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะรัฐบาลกลางภายใต้การนำของปูตินได้คุมสื่อหลักเอาไว้
การพยายามเปิดโปงดังกล่าวสื่อตะวันตกรายงานว่าสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้ผู้บริหารระดับสูงในรัฐบาลรัสเซียจนนำไปสู่การพยายามดำเนินคดีนาวาลนีด้วยข้อหาต่าง ๆ
โดยเมื่อปี 2012 นาวาลนีโดนจับกุมข้อหาแรกด้วยข้อหายักยอกทรัพย์ ผู้ส่งฟ้องคือ คณะกรรมการสอบสวนแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งเขียนสำนวนว่าเขามีส่วนร่วมในการยักยอกไม้ในโรงงานไม้ของเมืองคีรอฟ แต่ศาลได้ยกฟ้องข้อหาดังกล่าว
จนกระทั่งปี 2014 เขาโดนฟ้องด้วยข้อหาฉ้อโกงเงินจำนวน 356 ล้านรูเบิล หรือราว 154 ล้านบาท ในการบริจาคจากองค์กรพัฒนาเอกชนหลายแห่ง ในเวลานั้นศาลยังไม่ได้พิจารณาคดี
ต่อมาในเดือนสิงหาคม ปี 2020 นาวาลนีถูกวางยาพิษระหว่างที่เขากำลังโดยสารเครื่องบินจากเมืองทอมสก์ ในแถบไซบีเรีย กลับไปยังกรุงมอสโก หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่คนสนิทของเขาบอกว่าเป็นการไปหาข้อมูลการทุจริตของปูติน
หลังจากโดนวางยา ทางภรรยาของนาวาลนีตัดสินใจพาเขาไปรักษาตัวที่เยอรมนี เมื่ออาการดีขึ้นนาวาลนียืนยันที่จะกลับมายังรัสเซียแม้รู้ว่าตนจะโดนรัฐบาลมอสโกเล่นงาน
ต้นปี 2021 นาวาลนีเดินทางกลับมายังรัสเซียและโดนจับกุมในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งศาลระหว่างรอลงอาญา เนื่องจากได้เดินทางไปต่างประเทศ ทำให้เขาต้องโทษจำคุก 3 ปีครึ่ง และถูกคุมขังเรื่อยมาจนถึงการตัดสินพิจารณาคดีในวันนี้
หลังจากการเปิดโปงขบวนการคอรัปชั่นในหมู่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของนาวาลนี ทำให้คนรัสเซียจำนวนไม่น้อยตาสว่างและเริ่มแสดงท่าทีที่ต่อต้านปูตินมากขึ้น
ดังจะเห็นได้จากภาพการประท้วงใหญ่ในหลาย ๆ เมืองของรัสเซียเมื่อปีที่แล้วเพื่อขับไล่ปูตินและเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนาวาลนี จนทำให้รัฐบาลรัสเซียต้องใช้กำลังเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วง
นาวาลนีเป็นหนึ่งในคนที่ทำให้ภาคประชาสังคมของรัสเซียเข้มแข็งขึ้น สิ่งนี้สร้างความกังวลให้กับประธานาธิบดีปูตินเป็นอย่างมากจนนักวิชาการบางส่วนเรียกว่าเป็นฝันร้ายของปูติน
การตัดสินคดีในวันนี้เกิดขึ้นท่ามกลางปัญหาวิกฤตยูเครนที่ยังหาทางออกไม่ได้และอาจนำไปสู่ความไม่พอใจของประชาชนกลุ่มต่อต้านปูตินและอาจมาสู่การประท้วงรอบใหม่ในรัสเซีย
หากมีการประท้วงเกิดขึ้นย่อมไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลมอสโกในเวลานี้แน่นอน เพราะนี่หมายความว่ารัฐบาลมอสโกจะต้องรับศึกจากสองด้านทั้งในบ้านและนอกบ้านซึ่งจะอันตรายต่อความมั่นคงของรัสเซียและความมั่นคงของปูตินเอง