สื่อต่างประเทศ รายงานว่า มีข้อมูลบัญชีธนาคารจำนวนมากรั่วไหลจาก “ธนาคารเครดิตสวิส (Credit Suisse)” หนึ่งในธนาคารเอกชนรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งจากข้อมูลที่รั่วไหลมานั้น พบว่า มีบัญชีของอาชญากรที่เกี่ยวข้องกับการทรมาน การค้ายาเสพติด การฟอกเงิน การทุจริต และอาชญากรรมร้ายแรงอื่น ๆ รวมถึงนักการเมืองทุจริตจากหลายประเทศ
การค้นพบนี้สวนทางกับนโยบายความโปร่งใสของธนาคารที่เคยยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า จะไม่ให้บริการกับลูกค้าที่น่าสงสัยหรือมี “เงินผิดกฎหมาย (Illicit Fund)”
ข้อมูลรั่วไหล! “เพกาซัส” สปายแวร์อันตรายที่หลายประเทศใช้จับตาประชาชน
เดิมทีเครดิตสวิสมีทรัพย์สินของลูกค้าอยู่ในความดูแลมากกว่า 1.6 ล้านล้านฟรังก์สวิส (ราว 55.7 ล้านล้านบาท) โดยข้อมูลที่รั่วไหลออกมานี้มีความเกี่ยวข้องกับลูกค้าเครดิตสวิสประมาณ 30,000 รายทั่วโลก มีผลประโยชน์รวมกว่า 1 แสนล้านฟรังก์สวิส (ราว 3.5 ล้านล้านบาท)
ฝรั่งเศสเป็นคนกลาง กรุยทางให้ สหรัฐฯ ประชุมกับรัสเซีย แก้วิกฤตยูเครน
การรั่วไหลชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของเครดิตสวิสในการตรวจสอบสถานะของลูกค้า ที่แม้จะให้คำมั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดหลายทศวรรษว่าจะกำจัดลูกค้าที่น่าสงสัยและเงินผิดกฎหมาย แต่ก็ยังคงให้บริการลูกค้าเหล่านั้นอยู่ดี
สำหรับลูกค้าผิดกฎหมายที่พบ เช่น แก๊งค้ามนุษย์ในฟิลิปปินส์, หัวหน้าตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงที่ถูกจำคุกในข้อหาติดสินบน, มหาเศรษฐีที่สั่งฆ่าแฟนสาว ผู้บริหารที่ปล้นบริษัทน้ำมันของรัฐบาลเวเนซุเอลา นักการเมืองที่ทุจริตในอียิปต์และยูเครน เป็นต้น
ยังมีบัญชีที่วาติกันเป็นเจ้าของ ซึ่งพบว่า มีการใช้จ่าย 350 ล้านยูโร (ราว 1.2 หมื่นล้านบาท) ในการลงทุนที่ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงในอสังหาริมทรัพย์ในลอนดอน
ที่น่าสนใจคือ ในข้อมูลที่รั่วไหลมานี้ พบว่าเป็นบัญชีของ ”ลูกค้าในไทย” มากกว่า 1,000 บัญชี เป็นรองเพียงเวเนซุเอลา อียิปต์ และยูเครน ซึ่งสื่อต่างประเทศระบุว่า ประเทศเหล่านี้ รวมถึงไทย เป็นประเทศที่กำลังประสบปัญหาผู้นำทางการเมืองและผู้นำทางเศรษฐกิจพยายามหลบซ่อนทรัพย์สินของตนไว้ต่างประเทศ
ข้อมูลธนาคารเครดิตสวิสที่รั่วไหลออกมานี้ เป็นฝีมือของผู้แจ้งเบาะแสนิรนามรายหนึ่ง ซึ่งส่งข้อมูลมาให้หนังสือพิมพ์เยอรมัน Süddeutsche Zeitung
โดยผู้แจ้งเบาะแสนิรนามระบุว่า “ฉันเชื่อว่ากฎหมายว่าด้วยความลับด้านการธนาคารของสวิสนั้นไร้ศีลธรรม ... ข้ออ้างในการปกป้องความเป็นส่วนตัวทางการเงิน เป็นเพียงความพยายามในการปกปิดบทบาทของธนาคารสวิสในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิดในการหลบเลี่ยงภาษีของคนไม่ดี”
ด้านธนาคารเครดิตสวิสกล่าวว่า ด้วยกฎหมายความลับด้านการธนาคารที่เข้มงวดของสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้ทางธนาคารขอไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลที่รั่วไหลออกมา
“เครดิตสวิสขอปฏิเสธข้อกล่าวหาและการอนุมานคาดเดาใด ๆ เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจโดยมิชอบของธนาคาร” ธนาคารระบุในแถลงการณ์
เครดิตสวิสโต้แย้งว่า เรื่องที่สื่อนำมาเปิดเผยนั้น “มีพื้นฐานมาจากข้อมูลที่คัดเลือกมาโดยไม่สนใจบริบท ส่งผลให้มีการตีความธุรกิจของธนาคารไปแบบผิด ๆ”
ธนาคารยังกล่าวอีกว่า ข้อกล่าวหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เกิดในอดีต ในบางกรณีย้อนหลังไปถึงช่วงเวลาที่ “กฎหมาย แนวปฏิบัติ และความคาดหวังของสถาบันการเงินแตกต่างจากที่ที่เป็นอยู่ตอนนี้อย่างมาก”
สื่อต่างประเทศยอมรับว่า บางบัญชีในข้อมูลที่รั่วไหลมีการเปิดบัญชีมาจนถึงช่วงทศวรรษที่ 1940 แต่กว่า 2 ใน 3 ของบัญชีในข้อมูลเพิ่งถูกเปิดขึ้นในช่วงปี 2000 หลายบัญชียังคงมีความเคลื่อนไหวในทศวรรษที่ผ่านมา และบางส่วนยังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่ในปัจจุบัน
มาตรการรักษาความลับทางธนาคารของสวิตเซอร์แลนด์ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ดีในการรักษาความลับและความเป็นส่วนตัวของลูกค้า แต่ในอีกทางหนึ่ง ก็กลายเป็นช่องว่างให้เหล่าอาชญากร แก๊งฟอกเงิน คนทุจริต สามารถเปิดบัญชีธนาคารไว้ได้นานหลายปีหลังจากก่ออาชญากรรม
เรื่องนี้ยังเผยให้เห็นว่า กฎหมายว่าด้วยความลับด้านการธนาคารที่มีชื่อเสียงของสวิตเซอร์แลนด์ ช่วยอำนวยความสะดวกในการขโมยทรัพย์สินของประเทศต่าง ๆ ในประเทศกำลังพัฒนาได้อย่างไร เพราะมีหลายเคส ที่ลูกค้าโยกย้ายทรัพย์สินในประเทศของตนมาไว้ที่ธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์ ไม่ว่าจะเพื่อเลี่ยงภาษีหรือหลบการตรวจสอบทรัพย์สินใด ๆ ก็ตามแต่ แต่นั่นทำให้เงินในระบบของประเทศนั้น ๆ หายไป และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาโดยรวมของประเทศ
มีรายงานว่า กว่า 90 ประเทศซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ยังคงมืดแปดด้านโดยไม่ทราบว่ามีผู้เสียภาษีที่ร่ำรวยจำนวนมากซ่อนเงินไว้ในบัญชีสวิส
“สถานการณ์นี้ทำให้เกิดการทุจริตและทำให้ประเทศกำลังพัฒนาขาดแคลนรายได้จากภาษีจำนวนมาก ประเทศเหล่านี้เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากนโยบายของสวิตเซอร์แลนด์” ผู้แจ้งเบาะแสนิรนามกล่าว
อย่างไรก็ตาม พึงทราบว่า ไม่ใช่บัญชีทั้งหมดในธนาคารสวิสเป็นของอาชญากรหรือผู้ที่ทำผิดกฎหมาย
ผู้แจ้งเบาะแสยอมรับว่า ข้อมูลที่รั่วไหลออกมานี้ มีบัญชีที่ถูกต้องตามกฎหมายและลูกค้าที่ไม่ได้มีพฤติกรรมเลี่ยงภาษีรวมอยู่ด้วย
“การมีบัญชีธนาคารสวิสไม่ได้หมายความถึงการเลี่ยงภาษีหรืออาชญากรรมทางการเงินอื่น ๆ เสมอไป ... อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่าบัญชีเหล่านี้จำนวนมากถูกเปิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อซ่อนความมั่งคั่งของเจ้าของบัญชีจากสถาบันการคลัง และ/หรือหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี” ผู้แจ้งเบาะแสบอก
หุ้นสัปดาห์หน้าแกว่ง แนวโน้มบาทแข็ง จับตาสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก AFP / Shutterstock