หญิงยูเครนใช้ตัวกำบังลูกจากสะเก็ดระเบิด

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผู้นำยูเครนขอบคุณอิสราเอลพยายามเป็นตัวกลางจัดการเจรจาสันติภาพกับรัสเซีย พร้อมระบุว่าเยรูซาเลมอาจเป็นสถานที่ที่เหมาะสม ส่วนที่กรุงเคียฟ ซึ่งยังถูกรัสเซียโจมตีต่อเนื่อง ปรากฏภาพของหญิงคนหนึ่งที่ใช้ตัวเป็นโล่กำบังให้ลูกเล็กจนตัวเองเจ็บหนัก

ภาพของ “โอลกา” หญิงชาวยูเครนวัย 27 ปี ที่มีผ้าพันศีรษะ และร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ขณะที่อุ้ม “วิกตอเรีย” ลูกสาวตัวน้อยวัยเพียง 6 สัปดาห์ ที่โรงพยาบาลเด็กแห่งหนึ่งในกรุงเคียฟ ถูกแชร์ออกไปอย่างกว้างขวางบนสังคมออนไลน์ ภาพเหล่านี้บอกเล่าได้อย่างชัดเจนถึงความสูญเสียที่พลเรือนต้องประสบจากการรุกรานของรัสเซีย

โอลกา ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังใช้ตัวเองเป็นโล่กำบังลูกน้อยจากเศษกระจกที่แตกเพราะแรงกระแทกจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซียในกรุงเคียฟเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (18 มี.ค.)

โอลกา เล่าว่า เธอตื่นขึ้นมาป้อนนมลูกและห่มผ้าให้ แล้วก็เกิดเหตุโจมตี ตอนแรกเธอตกใจมาก เพราะเข้าใจว่าเลือดที่เลอะอยู่บนตัวเธอเป็นของลูก และส่งเสียงกรีดร้องด้วยความปวดร้าว ก่อนที่ “ดมิโทร” สามีของเธอ จะรับตัวลูกสาวจากเธอไป และยืนยันว่า เลือดที่เห็นเป็นของเธอเอง

แพทย์ที่ให้การดูแลบอกว่า บาดแผลของโอลกาแสดงให้เห็นว่า เธอใช้ร่างกายตัวเองปกป้องลูกน้อย โดยขณะที่โอลกาต้องรับการรักษาบาดแผลที่ศีรษะและร่างกายหลายแห่ง แต่ลูกของเธอไม่ได้รับอันตรายใดๆ นอกจากรอยขีดข่วนและรอยช้ำนิดหน่อย โอลกาบอกว่า ผ้าห่มช่วยปกป้องลูกเธอจากเศษกระจกด้วย

ทางการยูเครนระบุว่า มีพลเรือนในกรุงเคียฟเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 60 คน นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากปฏิบัติการพิเศษทางทหารเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ และมีการยิงขีปนาวุธใส่อาคารที่พักอาศัยหลายครั้ง

โดยล่าสุด เมื่อคืนที่ผ่านมา (20 มี.ค.) มีการยิงถล่มใส่ย่านโปดิล (Podil) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเคียฟ ส่งผลให้ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งพังถล่ม และบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายหลัง ขณะที่มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้ยื่นข้อเสนอว่าจะยอมเปิดเส้นทางอพยพในเมืองมารีอูปอล หากกองทัพยูเครนที่อยู่ในพื้นที่ยอมจำนนและวางอาวุธ ภายในเวลา 05.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงมอสโก หรือ 09.00 น. ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย  

อย่างไรก็ตาม รองนายกรัฐมนตรีของยูเครน ออกมาประกาศข้อเสนอดังกล่าวในเวลาต่อมา โดยบอกว่าได้แจ้งให้รัสเซียทราบแล้ว

ทั้งนี้ เมืองมารีอูปอล ถูกรัสเซียโจมตีอย่างหนักตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา และการสู้รบที่ลุกลามเข้าไปถึงพื้นที่ใจกลางเมือง ยังเป็นอุปสรรคต่อการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตตามใต้ซากปรักหักพัง  โดยมีการประเมินว่า อาคารในเมืองมารีอูปอลได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ประชาชนราว 3 แสนคน ยังติดอยู่ในเมือง ไม่มีทั้งน้ำและไฟฟ้าใช้ และมีอาหารเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย  

ส่วนความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเจรจา ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวผ่านวิดีโอกับชาวยูเครนว่า อิสราเอลกำลังพยายามทำหลายๆ อย่าง เพื่อจัดให้มีการเจรจาสันติภาพระดับสูงระหว่างยูเครนและรัสเซีย โดยเซเลนสกีระบุด้วยว่า การเจรจาหารือเหล่านั้นอาจเกิดขึ้นในนครเยรูซาเลม

สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีนาฟตาลี เบนเนตต์ ของอิสราเอลได้พูดคุยหลายครั้งกับนายเซเลนสกี และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย รวมถึงบินไปมอสโกนอกกำหนดการ เพื่อพบกับปูตินด้วย

ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ ( 20 มี.ค.) นายเซเลนสกีได้ต่อสายตรงวิดีโอคอลไปยังที่ประชุมรัฐสภาของอิสราเอล เพื่อแถลงถึงสถานการณ์สู้รบในยูเครน และขอความช่วยเหลือจากอิสราเอลโดยผู้นำยูเครนเปรียบเทียบการรุกรานของรัสเซียเหมือนเหตุการณ์สังหารหมู่ชาวยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ของกองทัพนาซีเยอรมัน โดยเรียกร้องอิสราเอลดำเนินการกับรัสเซีย และขอให้จัดส่งระบบต่อต้านขีปนาวุธมาช่วยเหลือยูเครน

นอกจากนี้ เซเลนสกียังให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น เน้นย้ำจุดยืนพร้อมเปิดการเจรจาโดยตรงกับ ปูติน เพราะเชื่อว่าเป็นหนทางเดียวที่จะยุติการสู้รบได้

ผู้นำยูเครน ระบุว่า เราต้องใช้ทุกรูปแบบ และทุกโอกาส เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะมีการเจรจาเกิดขึ้น เพราะหากการเจรจายุติการรุกรานยูเครนล้มเหลว นั่นอาจหมายถึง โลกต้องเผชิญกับสงครามโลกครั้งที่ 3

อย่างไรก็ตาม เซเลนสกียืนยันจุดยืนที่จะไม่ยอมรับสถานะ "รัฐอิสระ" ของ 2 พื้นที่กบฏ ในภูมิภาคดอนบาส ซึ่งเท่ากับเป็นการสูญเสียดินแดนของประเทศ

ฝั่งสหรัฐฯ  ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีกำหนดเดินทางเยือนกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม ในวันพุธนี้ เพื่อพบหารือกับผู้นำชาตินาโต (NATO) และคณะมนตรียุโรป รวมถึงผู้นำกลุ่มประเทศ G7 ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งในยูเครน โดยหลังเสร็จสิ้นภารกิจดังกล่าว ไบเดนยังมีแผนจะเดินทางเยือนกรุงวอร์ซอ ของโปแลนด์ ซึ่งมีพรมแดนติดกับภาคตะวันตกของยูเครน เพื่อหารือกับประธานาธิบดี อันด์เช ดูดา (Andrzej Duda) เรื่องวิกฤตด้านมนุษยธรรมจากสงคราม  

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวยืนยันว่า ไบเดนจะไม่เยือนยูเครน ระหว่างภารกิจเยือนยุโรปในสัปดาห์นี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดตำนานกับเผ่าทอง ทองเจือ

เปิดตำนานกับเผ่าทอง ทองเจือ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ