นายดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน เปิดเผยเมื่อวานนี้ (1 เม.ย. 65) ว่า รัสเซียจะยังไม่ตัดก๊าซธรรมชาติที่ส่งออกไปยังยุโรปในวันที่ 1 เมษายน เนื่องจากยุโรปจะยังไม่ถึงกำหนดชำระค่าก๊าซจนกว่าจะถึงกลางเดือนเมษายน อย่างไรก็ตามคำสั่งดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดส่งก๊าซที่ชำระเงินไปแล้ว แต่ว่าการชำระเงินหลังวันที่ 1 เมษายน เป็นต้นไป จะต้องชำระเป็นสกุลเงินรูเบิลเท่านั้น
โฆษกทำเนียบเครมลิน ยืนยันว่า คำสั่งของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียที่ให้ประเทศต่าง ๆ ที่ไม่เป็นมิตร ชำระเงินค่าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียเป็นสกุลรูเบิลนั้น ถือเป็นคำสั่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ และรูเบิลเป็นสกุลเงินที่มั่นคงและเป็นที่ต้องการที่สุดสำหรับรัสเซียในขณะนี้ ทั้งนี้เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ประธานาธิบปูติน ได้ลงนามในกฎหมายที่บังคับให้ประเทศอื่นต้องซื้อก๊าซจากรัสเซียด้วยสกุลเงินรูเบิลแล้ว
กฎหมายดังกล่าว ระบุว่า ประเทศที่ถูกรัสเซียขึ้นทะเบียนว่าไม่เป็นมิตรที่ได้สั่งซื้อก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย จะต้องเปิดบัญชีด้วยสกุลเงินรูเบิลกับธนาคารในรัสเซีย และการชำระเงินจะต้องมาจากธนาคารเหล่านี้เท่านั้น ทั้งนี้ผู้นำรัสเซีย ยืนกรานว่า หากไม่ปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว รัสเซียจะถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้ในส่วนของผู้ซื้อ ซึ่งผลลัพธ์ที่จะตามมา คือ รัสเซียจะยุติสัญญาการซื้อขายก๊าซทั้งหมด
ส่วนความเคลื่อนไหวของยุโรป ผู้อำนวยการทั่วไปของคณะกรรมการพลังงานของคณะกรรมาธิการยุโรปได้ทวีตข้อความว่า สหภาพยุโรปกำลังทำงานใกล้ชิดกับประเทศสมาชิก และผู้ประกอบการเพื่อหาแนวทางร่วมกันในการชำระเงินสำหรับสัญญาการส่งก๊าซกับรัสเซีย นับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครน ชาติตะวันตกได้คว่ำบาตรบริษัทและบุคคลต่าง ๆ ของรัสเซีย ซึ่งสหรัฐฯ และแคนาดาจะไม่เหมือนกับสหภาพยุโรปที่ต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานของรัสเซีย ทำให้สหภาพยุโรปไม่ได้สั่งแบนน้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ
ทั้งนี้ รัสเซีย เป็นประเทศที่มีก๊าซธรรมชาติสำรองมากที่สุดในโลก อยู่ที่ 48,937.72 พันล้านลูกบาศก์เมตร ตามรายงานข่าวของสำนักข่าวบีบีซี ระบุว่า รัสเซียถือเป็นผู้จัดหาก๊าซธรรมชาติให้กับสหภาพยุโรป (EU) ประมาณ 40% ของทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่ชำระเงินเป็นสกุลเงินดอลลาร์ หรือยูโร ซึ่งหากรัสเซียตัดการส่งก๊าซไปยังสหภาพยุโรป จะทำให้สหภาพยุโรปได้รับผลกระทบเพราะหาแหล่งพลังงานทดแทนได้ยาก ขณะที่รัสเซียเอง ซึ่งทำเงินได้จากการส่งก๊าซไปขายยังสหภาพยุโรป 400 ล้านยูโรต่อวัน มีตัวเลือกการส่งก๊าซไปจำหน่ายยังตลาดอื่นไม่มากนัก
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า รัสเซีย ไม่มีตลาดอื่นในการส่งออกก๊าซธรรมชาตินอกจากตลาดยุโรป ดังนั้น หากรัสเซียตัดการส่งออกก๊าซธรรมชาติไปยังยุโรปก็จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของรัสเซียเอง ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรปได้เตรียมพร้อมสำหรับการหยุดชะงักงันการส่งก๊าซของรัสเซีย หลังรัสเซียประกาศใช้เงินสกุลรูเบิลชำระค่าก๊าซ ท่ามความตึงเครียดด้านพลังงาน
ขระเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ออกมาเตือนภัยด้านพลังงานขั้นต้นเป็นประเทศแรกในยุโรป โดยขอความร่วมมือภาคเอกชน และภาคประชาชนให้ประหยัดพลังงาน โดยโอลาฟ ชอลซ์ ผู้นำเยอรมนี ออกมายืนกรานจุดยืนเดิมว่า ไม่จ่ายค่าก๊าซเป็นเงินรูเบิลตามคำสั่งของประธานาธิบดีปูติน โดยอ้างว่าในสัญญาซื้อขายระหว่างรัสเซียและเยอรมนีระบุชัดเจนว่าจะชำระด้วยเงินในสกุลยูโรเท่านั้น ขณะที่ชาวเยอรมันเร่งกักตุนไม้และถ่าน เพื่อเตรียมใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนความร้อน เนื่องจากสภาพอากาศหนาวจัด และกลัวว่าจะขาดแคลนก๊าซจากผลกระทบในครั้งนี้
ส่วน ออสเตรีย กลายเป็นประเทศที่สองในกลุ่มสหภาพยุโรปที่ประกาศเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือกรณีเกิดปัญหาขาดแคลนก๊าซธรรมชาติเช่นเดียวกัน จากข้อมูลของ สํานักงานสถิติยุโรป ปี 2020 ระบุว่า ประเทศที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติของรัสเซียมากที่สุดคือ เยอรมนี อยู่ที่ 42.6 พันล้านลูกบาศก์เมตร ตามด้วยอิตาลี เบลารุส ตุรกี ขณะที่ญี่ปุ่นพึ่งพาก๊าซธรรมชาติรัสเซียเป็นอันดับ 10 อยู่ที่ 8.8 พันล้านลูกบาศก์เมตร