เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส มีการประชุมระดับผู้นำของกลุ่มพันธมิตรผู้สนับสนุนสันติภาพยูเครน (Coalition of the Willing) เพื่อตกลงกันเรื่องแผนรับประกันความมั่นคงในระยะยาวให้กับยูเครน หากมีการลงนามข้อตกลงสันติภาพ หรือหยุดยิงกับรัสเซียได้
การประชุมนี้ มีบรรดาพันธมิตรชาติยุโรป นำโดยอังกฤษและฝรั่งเศส รวมถึง สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ เข้าร่วมหารือกับประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี
โดยที่ประชุมได้ออกแถลงการณ์ร่วม เห็นพ้องจะส่งกองกำลังผสมนานาชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ เข้าไปประจำการเพื่อทำหน้าที่ปกป้องยูเครน
กองกำลังนี้จะมีพี่ใหญ่อย่างฝรั่งเศสและอังกฤษร่วมด้วย แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีปริมาณมากน้อยแค่ไหน
เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุว่า อังกฤษและฝรั่งเศสจะจัดตั้งศูนย์กลางทางทหารทั่วยูเครน เพื่ออำนวยความสะดวกในการยับยั้งการรุกรานในอนาคต
ขณะที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า แผนรับประกันความมั่นคงยูเครน จะช่วยให้มั่นใจได้ว่า หากยูเครนเห็นพ้องในข้อตกลงสันติภาพ จะไม่เท่ากับเป็นการยอมแพ้ หรือเสี่ยงเผชิญภัยคุกคามใหม่ในอนาคตกล่าวว่า โดยเบื้องต้น อาจมีการส่งกำลังทหารไปยูเครนหลายพันนาย
แถลงการณ์ร่วมยังระบุว่า สมาชิกกลุ่มพันธมิตรผู้สนับสนุนสันติภาพยูเครน จะมีส่วนร่วมในกลไกการตรวจสอบการหยุดยิง ที่สหรัฐฯ เป็นหัวเรือใหญ่ด้วย
ที่ประชุมยังเห็นพ้องที่จะหาข้อสรุปเรื่องพันธะผูกพันในการช่วยเหลือยูเครน ในกรณีที่ถูกรัสเซียโจมตีด้วยอาวุธในอนาคต ซึ่งอาจรวมถึงการใช้มาตรการตอบโต้ทางทหารและการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อมอสโก
ที่ผ่านมา รัสเซียยืนกรานคัดค้านแนวคิดส่งทหารตะวันตกเข้าไปในยูเครน และเคยเตือนว่า ทหารพวกนี้จะกลายเป็นเป้าหมายที่รัสเซียสามารถโจมตีได้อย่างชอบธรรม จึงต้องรอดูต่อไปว่า รัฐบาลมอสโกจะมีท่าทีอย่างไรต่อเรื่องนี้ ขณะที่ประเด็นสำคัญ อย่างเรื่องดินแดน ยังไม่ถูกพูดถึง