สำนักข่าวไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า ผู้นำชาติสมาชิก G7 ที่เป็นพันธมิตรของยูเครน ประกอบไปด้วย อิตาลี เยอรมนี ฝรั่งเศส แคนาดา และ อังกฤษ รวมไปถึงประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน จะพบกับ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ระหว่างการประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรัม (World Economic Forum) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในสัปดาห์หน้า
การพบกันของทั้งสองฝ่ายจะเป็นการหารือกันในประเด็นการคุ้มครองยูเครนซึ่งสหรัฐฯ อาจยอมรับเงื่อนไขนี้หากยูเครนและรัสเซียบรรลุข้อตกลงกัน
แต่หากไม่มีการสนับสนุนจากสหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศส อาจจะไม่ส่งกำลังทหารไปดูแลความมั่นคงในยูเครนตามที่สัญญาไว้
โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อังกฤษ และฝรั่งเศสได้ลงนามในปฏิญญาแห่งเจตนารมณ์ (Declaration of Intent) กับยูเครน เพื่อจัดเตรียมแผนส่งกำลังทหารไปยังยูเครน หลังจากมีข้อตกลงสันติภาพเกิดขึ้น
จำนวนทหารที่อังกฤษ และฝรั่งเศสจะส่งไปยังยูเครนจะอยู่ในหลักหลายพันนาย และอยู่ห่างจากแนวปะทะ โดยทั้ง 2 งประเทศจะสร้างศูนย์กลางด้านการทหารในยูเครนด้วย
ขณะที่นาย สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่าประธานาธิบดี ทรัมป์ ยังคงให้การสนับสนุนข้อกำหนดด้านความมั่นคงสำหรับยูเครน แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างไร
โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี ทรัมป์ ได้ระบุว่ายุโรปควรรับหน้าที่หลักในการสนับสนุนยูเครน แต่ยังไม่ปิดโอกาสที่สหรัฐฯ จะให้ความช่วยเหลือในบางระดับ
ส่วนฝ่ายรัสเซียปฏิเสธแนวคิดที่จะให้กำลังทหารทหารจากชาติตะวันตกเข้าไปประจำการในยูเครน โดยเตือนว่าหน่วยทหารต่างชาติจะเป็นเป้าหมายการโจมตีที่ชอบธรรม และแผนการที่เสนอโดยชาติพันธมิตรยูเครนจะถือว่าเป็นการแทรกแซงจากภายนอก
ขณะที่พลอากาศเอก ริชาร์ด ไนท์ตัน (Richard Knighton) ประธานคณะเสนาธิการกลาโหมอังกฤษ ยืนยันว่ากำลังทหารของประเทศที่ถูกส่งไปดูแลสันติภาพในยูเครนจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย
โดยพลอากาศเอกไนท์ตันยังย้ำว่าชาติพันธมิตรที่จะเข้าร่วมจัดตั้งกองกำลังดูแลสันติภาพยูเครน "โคลิชัน ออฟ เดอะ วิลลิง" (Coalition of the Willing) กำลังประเมินความเสี่ยงจากการทำหน้าที่ดังกล่าว
ขณะเดียวกัน คณะผู้แทนติดตามสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในยูเครน เปิดเผยว่าตลอดทั้งปี 2025 ที่ผ่านมา การสู้รบทำให้มีพลเรือนในยูเครนเสียชีวิต 2,514 คน และบาดเจ็บ 12,142 คน เพิ่มขึ้น 31 เปอร์เซ็นต์จากปี 2024 และเพิ่มขึ้น 70 เปอร์เซนต์จากปี 2023
สถิติดังกล่าวทำให้ปี 2025 เป็นปีที่พลเรือนในยูเครนเสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นสงครามกับรัสเซียเมื่อปี 2022 โดย 97 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บที่พิสูจน์ทราบในปี 2025 เกิดขึ้นในดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลยูเครน