สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรกำลังลดจำนวนกำลังพลที่ฐานทัพอากาศ “อัล-อูเดอิด” (Al-Udeid) ในประเทศกาตาร์ หลังอิหร่านเตือนว่าอาจเปิดฉากโจมตีฐานทัพอเมริกันในตะวันออกกลาง หากรัฐบาลวอชิงตันเข้าแทรกแซงการประท้วง
ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการใด ๆ ต่ออิหร่านที่ปราบปรามการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างรุนแรงหรือไม่
แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าว CBS ระบุว่า การถอนกำลังของสหรัฐฯ บางส่วนนั้นเป็นเพียงมาตรการป้องกันไว้ก่อน
สำนักข่าวบีบีซีได้รับข้อมูลว่า สหราชอาณาจักรถอนกำลังพลบางส่วนออกจากพื้นที่เช่นกัน หลังกระทรวงการต่างประเทศของรัฐบาลลอนดอนประกาศปิดสถานทูตอังกฤษในกรุงเตหะรานของอิหร่านเป็นการชั่วคราว โดยจะเปลี่ยนไปดำเนินงานจากระยะไกลแทน
อย่างไรก็ตาม ทางสำนักข่าวรอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวนักการทูตว่า แม้มีกำลังพลบางส่วนได้รับคำแนะนำให้ออกจากฐานทัพอัล-อูเดอิด แต่ยังไม่มีสัญญาณของการอพยพทหารจำนวนมากเหมือนในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่านเมื่อปีที่แล้ว
ขณะที่กาตาร์ออกแถลงการณ์ว่า มาตรการที่สหรัฐฯ ดำเนินการนั้นเป็นการตอบสนองต่อความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่พุ่งสูงขึ้นในปัจจุบัน พร้อมเสริมว่า จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อคุ้มครองความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนและผู้อย่อาศัยเป็นลำดับความสำคัญสูงสุด รวมถึง การปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและสถานที่ทางทหาร
ฐานทัพอากาศอัล-อูเดอิดเป็นฐานทัพทหารของสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลางและมีกำลังพลประจำการอยู่ประมาณ 10,000 นาย รวมถึง กำลังพลของอังกฤษราว 100 นาย แต่ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าจะมีการถอนบุคลากรจำนวนเท่าใดออกไป
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาเตือนเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ จะดำเนินมาตราการที่แข็งกร้าวมากต่ออิหร่าน หากรัฐบาลเตหะรานสังหารผู้ประท้วง ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 2,400 คนจากการปราบปรามอย่างรุนแรงของทางการอิหร่าน นับตั้งแต่การชุมนุมเริ่มต้นขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า รัฐบาลได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่าการสังหารในอิหร่านกำลังยุติและไม่มีแผนการประหารชีวิตผู้ประท้วง
ต่อคำถามที่ว่าสหรัฐฯ ตัดการใช้กำลังทหารออกจากทางเลือกในการตอบโต้อิหร่านแล้วหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า จะเฝ้าจับตาและดูกระบวนการว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป
ท่าทีที่เปลี่ยนไปของทรัมป์มีขึ้นหลังอิหร่านเตือนประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ ว่าจะเปิดฉากโจมตีฐานทัพอเมริกัน หากวอชิงตันโจมตีอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ อิหร่านเคยยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอากาศอัล-อูเดอิดในกาตาร์มาแล้ว เมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน เพื่อตอบโต้การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ทำลายโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ด้าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านให้สัมภาษณ์กับ Fox News ระบุว่าอย่าทำผิดพลาดซ้ำแบบที่เคยทำในเดือนมิถุนายน พร้อมเสริมว่า ถ้าลองมีประสบการณ์ที่ล้มเหลวแล้ว ก็จะได้ผลลัพธ์แบบเดิม
รัฐบาลอิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าพยายามหาข้ออ้างสำหรับการแทรกแซงทางทหาร หลังจากที่การประท้วงระลอกล่าสุดในอิหร่านปะทุขึ้นนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคม เนื่องจากประชาชนไม่พอใจปัญหาค่าเงินของประเทศที่ล่มสลาย และเผชิญกับวิกฤตค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น
การประท้วงได้ขยายวงอย่างรวดเร็วไปสู่การเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายครั้งร้ายแรงที่สุดต่ออิหร่านที่ปกครองระบอบผู้นำศาสนานับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979