รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศเมื่อวานนี้ (13 เม.ย. 65) มอบความช่วยเหลือทางทหารเพิ่มเติมอีก 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 27,000 ล้านบาทให้แก่ยูเครน เพื่อช่วยยกระดับศักยภาพในการรับมือกับการจู่โจมจากรัสเซีย ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทางตะวันออกของยูเครน
หากนับรวมความช่วยเหลือล่าสุดนี้ จะพบว่า นับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สหรัฐส่งมอบความช่วยเหลือให้แก่ยูเครนแล้วกว่า 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งประกอบไปด้วยระบบปืนใหญ่ ลูกกระสุนปืนใหญ่ และอาวุธอื่น ๆ
นายจอห์น เคอร์บี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เปิดเผยด้วยว่า รอบนี้จะมีการจัดส่งอุปกรณ์ทางการทหารชนิดใหม่ที่ต้องมีการฝึกอบรมการใช้ให้แก่กองกำลังยูเครนอีกด้วย
นอกเหนือไปจากความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ แล้ว เมื่อวานนี้ ผู้นำของโปแลนด์ ลิทัวเนีย ลัตเวียและเอสโตเนีย ยังเดินทางเยือนกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน เพื่อเข้าพบกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครนอีกด้วย และยังได้เดินทางไปดูความเสียหายที่เกิดขึ้นในเมืองโบโรเดียนกา เมืองที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเคียฟ ซึ่งสภาพที่นั่นก็ได้รับความเสียหายจากการโจมตีเช่นกัน หลังเสร็จสิ้นการหารือ ผู้นำทั้งหมดได้แถลงข่าว ทั้งหมดให้คำมั่นในการสนับสนุนยูเครนต่อการรุกรานของรัสเซี
ผู้นำของลิทัวเนีย กล่าวว่า การสู้รบเพื่ออนาคตของยุโรปกำลังเกิดขึ้นที่นี่ และเรียกร้องให้มีการใช้มาตรการคว่ำบาตรที่เข้มข้นขึ้น รวมถึงการใช้มาตรการคว่ำบาตรกับเรือขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของรัสเซีย
ส่วนประธานาธิบดีดูดาของโปแลนด์ ชี้ว่า นี่ไม่ใช่สงครามแล้ว แต่เป็นการก่อการร้าย เช่นเดียวกันกับผู้นำของลัตเวียที่ระบุว่า ยูเครนกำลังต่อสู้เพื่อยุโรป
ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้ นายคาริม ข่าน หัวหน้าอัยการของศาลอาญาระหว่างประเทศ เดินทางลงพื้นที่ในเมืองบูชาของยูเครนแล้ว โดยเมืองบูชาเป็นเมืองที่มีภาพพลเรือนนอนเสียชีวิตอยู่ตามท้องถนน และหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการสอบสวนการก่ออาชญากรรมสงครามที่นี่ นายข่าน ได้เรียกยูเครน ว่า เป็นจุดเกิดเหตุอาชญากรรม และระบุว่า มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือมากพอทำให้เชื่อได้ว่า มีอาชญากรรมที่อยู่ภายใต้ขอบเขตศาลเกิดขึ้นจริง
ก่อนหน้านี้ ทีมสอบสวนจากฝรั่งเศสได้เดินทางถึงยูเครนแล้ว เพื่อจะเข้าไปช่วยทีมสอบสวนของยูเครนในการสอบสวนข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมทางสงคราม โดยอัยการของยูเครน เปิดเผยว่า กำลังทำการสอบสวนคดีทั้ง 5,600 คดี ที่กล่าวหาว่า กองทัพรัสเซียก่ออาชญากรรมสงครามนับตั้งแต่เริ่มการรุกรานยูเครน โดยมีผู้ต้องสงสัยกว่า 500 คน
ขณะเดียวกัน เมืองมาริอูปอล เมืองท่าทางตอนใต้ ซึ่งล่าสุด ทางกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย ระบุว่า สามารถยึดครองเมืองมาริอูปอลได้ทั้งหมดแล้ว หลังจากที่ทหารยูเครนกว่าหนึ่งพันคนได้ยอมแพ้ โดยทางโทรทัศน์ของรัสเซียได้แพร่ภาพเหล่านี้ออกมา ซึ่งโฆษกกลาโหมรัสเซียเปิดแถลงว่า กองกำลังนาวิกโยธินของยูเครนในมาริอูปอลได้ยอมจำนนกับรัสเซียแล้ว 1,026 นาย
อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมของยูเครน เปิดเผยว่า ยังไม่มีข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับการยอมแพ้ของทหารในมาริอูปอล และระบุว่า กองทัพยูเครนยืนยันว่าพวกเขายังคงตรึงกำลังได้อยู่ หลังโดนถล่มหนักเกือบ 7 สัปดาห์ จนมาริอูปอลเหลือแต่ซากปรักหักพัง รัสเซียยึดพื้นที่ได้เกือบทุกจุดของเมืองแล้ว ยกเว้น อาซอฟสตัล ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรม เป็นแหล่งพื้นผลิตเหล็กกล้าที่สำคัญของเมือง โดยจุดนี้รายงานว่าเป็นจุดสุดท้ายที่ทหารรัสเซียยังเข้าไม่ถึงผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ซึ่งติดตามการทำข่าวทางฝั่งกองกำลังรัสเซียรายงานว่า เขาเห็นเปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างรุนแรงด้านในของ Azovstal ในขณะที่ทหารรัสเซียเตรียมอาวุธและเริ่มเคลื่อนรถหุ้มเกราะเข้าพื้นที่แล้ว
เรือลาดตระเวนรัสเซียในทะเลดำเกิดการระเบิด เสียหายหนัก
เรื่องเล่าจากพื้นที่สงคราม ฝันร้ายของพลเรือนหญิงในยูเครน
ขณะที่สำนักข่าวอินเตอร์แฟ็กซ์ของรัสเซีย รายงานว่า เรือลาดตระเวนลำหนึ่งของกองทัพเรือทะเลดำของรัสเซีย ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เพราะมีกระสุนที่อยู่บนเรือเกิดระเบิดขึ้น แต่ลูกเรือสามารถอพยพได้ทัน และกำลังเร่งตรวจสอบสาเหตุอยู่ อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งยูเครนเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า เรือลำดังกล่าวถูกโจมตีโดยขีปนาวุธสองลูก แต่ยังไม่มีการให้รายละเอียดใด ๆ เพิ่มเติม เมื่อเดือนที่แล้วก็เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะคล้ายๆกัน คือยูเครนชี้ว่าได้โจมตีเรือของรัสเซีย แต่ทางรัสเซียไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรือลำดังกล่าว