รัสเซียส่งหนังสือเตือน“สหรัฐ-พันธมิตร”หยุดส่งอาวุธให้ยูเครน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเผยว่าได้ส่งหนังสือประท้วงการทูตถึงสหรัฐและชาติพันธมิตร ที่ส่งอาวุธให้แก่ยูเครน โดยเตือนว่าหากยังไม่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือประท้วงทางการทูตฉบับดังกล่าวได้ถูกส่งให้สหรัฐอเมริกาเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่รัฐบาลประธานาธิบดี โจ ไบเดน ประกาศให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนเพิ่มเติมเป็นมูลค่าอีก 800 ล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 26,000 ล้านบาท

โดยหนังสือดังกล่าวได้เตือนสหรัฐและประเทศพันธมิตรให้หยุดการมอบอาวุธให้แก่ยูเครน ซึ่งเป็นกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบ และจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ

"ไบเดน" ซัดแรง "ปูติน" เผด็จการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

3 ชาติพันธมิตร สหรัฐ อังกฤษ ออสเตรเลีย จับมือวิจัย “อาวุธไฮเปอร์โซนิก”

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ยืนยันว่าได้ส่งหนังสือถึงสหรัฐและชาติอื่น ๆ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการส่งอาวุธให้แก่ยูเครน ซึ่งการส่งหนังสือประท้วงครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณว่ารัสเซียอาจยกระดับท่าทีอันแข็งกร้าวต่อสหรัฐและองค์การสนธิสัญญาณแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) ท่ามกลางการสู้รบในยูเครนที่ยังคงยืดเยื้อ

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2565 รัสเซีย เซอร์เก รีอับคอฟ (Sergey Ryabkov) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เตือนว่า รัสเซียจะถือว่าขบวนขนส่งอาวุธยุทโธปกรณ์จากประเทศสมาชิกนาโต (NATO) มายังยูเครนเป็นเป้าหมายที่จะถูกโจมตีโดยชอบธรรมทันทีที่ขบวนดังกล่าวล่วงเข้ามาในเขตประเทศยูเครน

รีอับคอฟ กล่าวว่า สหรัฐยังคงสนับสนุนชาติสมาชิกนาโตให้ส่งอาวุธไปยังยูเครน ทำให้ขณะนี้เป้าหมายของรัสเซียคือการทำให้สหรัฐและพันธมิตรเข้าใจอย่างชัดเจนว่ารัสเซียจะใช้วิธีการที่รุนแรงเพื่อตอบโต้ความพยายามสกัดกั้นกองทัพของรัสเซียในยูเครน

สำหรับรัสเซีย รักษาท่าทีดังกล่าวมาตลอดนับตั้งแต่ช่วงแรกของการทำสงครามยูเครน โดยสัปดาห์นี้กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่ารัสเซียยิงขีปนาวุธทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-300 จำนวน 4 ชุดที่ประเทศในยุโรปซึ่งยังไม่มีการระบุว่ามาจากประเทศใดบ้างส่งมาให้ยูเครน
 

ส่วนเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกา ระบุว่า ความความเคลื่อนไหวดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ารัสเซียมีความกังวลต่อการประกาศของรัฐบาลสหรัฐที่จะจัดส่งอาวุธหนักและทันสมัยให้แก่ยูเครน รวมทั้งเนการบ่งชี้ว่าอาวุธของสหรัฐฯมีประสิทธิภาพมากเพียงใด


ชาวรัสเซียไว้อาลัยเรือรบมอสกวา

ขณะที่ ประชาชนและเจ้าหน้าที่กองทัพเรือรัสเซีย ในเมืองเซวาสโทปอล (Sevastopol ) ภูมิภาคไครเมียซึ่งรัสเซียยึดจากยูเครนตั้งแต่ปี 2014 ได้มารวมตัวกันที่อนุสรณ์สถานการก่อตั้งกองทัพเรือรัสเซียปี 1969 เพื่อร่วมกันไว้อาลัยให้กับเรือรบติดขีปนาวุธ “มอสกวา” ซึ่งเป็นเรือรบหลักของกองทัพรัสเซียในทะเลดำที่จมลง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

โดยผู้ที่มาร่วมงานไว้อาลัยระบุว่าการจมของเรือรบมอสวา เป็นเรื่องน่าเศร้า โดยเฉพาะผู้ที่เคยทำงานบนเรือลำนี้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรัสเซียในหลายๆด้านหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต

ด้าน เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา คนหนึ่งยังยืนยันว่าสาเหตุการจมของเรือรบมอสกวา ซี่งเป็นเรือธงของกองทัพรัสเซียในทะเลดำเป็ณเพราะถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธจากกองทัพยูเครน ตามที่รัฐบาลยูเครนกล่าวอ้างจริง

เตือนทั่วโลกรับมือรัสเซียอาจใช้อาวุธนิวเคลียร์-ชีวภาพ

ขณะที่ ประธานาธิบดี โวโลดิเมีย เซลินสกี ผู้นำยูเครน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อสหรัฐฯ โดยเตือนทุกประทศทั่วโลกว่ามีความเป็นไปได้ที่ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการสู้รบกับยูเครน ซึ่งทุกประเทศควรเตรียมความรับมือในเรื่องนี้

โดย เซลินสกี ระบุว่า ปูติน และกลุ่มผู้นำของรัสเซียอาจกำลังหมดหนทาง หลังจากปฎิบัติการของกองทัพรัสเซียเผชิญกับความล้มเหลว ดังนั้นทุกประเทศจึงไม่ควรมองข้ามความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะหันไปใช้อาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้ ยังย้ำว่ารัสเซียยังอาจใช้อาวุธเคมีในสงครามครั้งนี้ด้วย ซึ่งนานาชาติควรเตรียมความพร้อมรับมือเช่นกัน

ยูเครนพบศพพลเรือนกว่า 900 คน รอบกรุงเคียฟ

ขณะที่ตำรวจยูเครนเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ได้พบศพพลเรือนกว่า 900 คนในเมืองรอบๆเคียงกรุงเคียฟของยูเครน หลังกองกำลังรัสเซียถอนทัพออกจากบริเวณดังกล่าว โดยศพส่วนใหญ่ถูกยิงจนเสียชีวิต ตามรายงานของเอพี

โดยผู้บัญชาการตำรวจกรุงเคียฟ ระบุว่า ศพเหล่านี้ถูกทิ้งบนถนนหรือถูกฝังไว้แบบชั่วคราว โดยข้อมูลตำรวจที่ระบุว่า 95 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนศพเป็นผู้เสียชีวิตจากการถูกยิง

ทางตำรวจยังพบศพมากขึ้นตามซากปรักหักพังและหลุมศพขนาดใหญ่ โดยตำรวจพบศพมากที่สุดที่เมืองบูชา ซึ่งมีศพกว่า 350 ศพ และขณะนี้ยังคงอยู่ระหว่างการจัดการกับซากปรักหักพังในเมืองโบโรเดียนกาและมาราคอฟอยู่ ซึ่งเชื่อว่าจะยังมีร่างของผู้เสียชีวิตอยู่ใต้ซากความเสียหายดังกล่าว

สำหรับ กองกำลังรัสเซียถอนตัวออกไปหลังไม่สามารถเข้ายึดกรุงเคียฟได้ โดยถอยไปตั้งทัพบริเวณตะวันออกของยูเครน และทิ้งร่องรอยที่อาจบ่งบอกถึงการก่ออาชญากรรมสงครามในเมือง

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ไม่พลาดทุกเหตุการณ์ติดตามข่าวจาก PPTV ได้ที่ Subscribe

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ