รัสเซียเผยมีแผนควบคุมภาคใต้ของยูเครนอย่างเบ็ดเสร็จ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รัสเซียเผยว่าแผนบุกยูเครนเฟส 2 นี้ มีเป้าหมายหลักยึดครองภาคใต้ของยูเครนอย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อควบคุมพื้นเส้นทางเชื่อมต่อกับภูมิภาคไครเมีย

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2565 รุสตัม มินเนกาเยฟ (Rustam Minnekayev) รักษาการผู้บัญชาการเขตภาคกลางของกองทัพรัสเซีย ระบุว่า ปฏิบัติการรอบใหม่ของรัสเซียในการทำสงครามกับยูเครนจะมุ่นเน้นไปที่การควบคุมพื้นที่ที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับภูมิภาคไครเมีย บริเวณทะเลดำ ซึ่งรัสเซียยึดมาจากยูเครนตั้งแต่ปี 2014 ดังนั้นจึงต้องยึดครองพื้นที่ทางภาคใต้ของยูเครนให้ได้ทั้งหมด พร้อมๆกับพื้นที่ทางภาคตะวันออก

สำหรับภาคใต้ของยูเครนมีเมืองสำคัญอยู่ 2 เมืองคือ โอเดสา (Odesa) และ มิโคลาเยฟ (Mykolayiv) ที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพยูเครน

โดย การควบคุมพื้นที่ทางใต้ของยูเครนอย่างเบ็ดเสร็จ จะทำให้รัสเซียสามารถเข้าถึงเขตทรานีสเตรีย ( Transdniestria) ของมอลโดวา ที่เป็นฐานที่มั่นของกลุ่มสนับสนุนรัสเซีย และมีชายแดนติดกับยูเครน ซึ่งรัสเซียต้องการจะผนวกดินแดนเหล่านี้ เนื่องจากเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อกับภูมิภาคไครเมีย

ขณะที่รัฐบาลยูเครนกำลังวิตกว่าจะเกิดการโจมตีแนวรบใหม่ในทางชายแดนติดกับประเทศมอลโดวา พร้อมระบุว่าต้องเตรียมพื้นที่ไว้รองรับเครื่องบินในพื้นที่ดังกล่าว แต่รัฐบาลมอลโดวาออกมาปฏิเสธ

ส่วนสถานการณ์ในเมืองมาริอูปอล เขตดอนบาส แม้รัสเซียจะประกาศชัยชนะในการยึดเมืองดังกล่าวได้แล้ว แต่กองทัพรัสเซียยืนยันว่ายังไม่มีแผนที่จะหยุดการโจมตี โดยกองกำลังของยูเครนก็ยังคงอยู่ในพื้นที่โรงงานเหล็ก

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูติน สั่งยกเลิกแผนบุกยึด ให้ล้อมเอาไว้เท่านั้น โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารตะวันตกมองว่ารัสเซียไม่ต้องการสูญเสียกำลังทหาร และเคลื่อนกำลังไปบุกพื้นที่อื่น
 

ยูเอ็นพบหลักฐานอาชญากรรมสงครามเพิ่มในยูเครน

ขณะที่ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN) กล่าวว่า ขณะนี้มีหลักฐานเพิ่มมากขึ้นว่ารัสเซียได้ก่ออาชญากรรมสงครามในยูเครน

โดยมิเชลล์ บาเชเลต์ (Michelle Bachelet) ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า กองกำลังของรัสเซียได้ทำการยิงและทิ้งระเบิดในพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่ ทำให้ประชาชนเสียชีวิต สร้างความเสียหายให้โรงพยาบาล โรงเรียน และสิ่งก่อสร้างของพลเรือนทั่วไป ซึ่งเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายการก่ออาชญกากรรมสงคราม

ส่วน เดวิด มัลพาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารโลก เดวิด มัลพาส ประเมินว่า มูลค่าความเสียหายต่อยูเครนจากการรุกรานของรัสเซีย อยู่ที่ประมาณ 6 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2 ล้านล้านบาท โดยพิจารณาจากอาคารและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ถูกทำลายและตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มสูงขึ้นอีกเมื่อสงครามดำเนินต่อไป

โด มัลพาส ระบุว่าว่าตัวเลข 6 หมื่นล้านดอลลาร์ที่กล่าวไปเพียงแค่ประเมินความเสียหาย “ในวงแคบ” และมิได้สะท้อนถึง “ราคาของสงคราม” ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับยูเครน
 

ผู้นำอังกฤษชี้สงครามในยูเครนอาจยาวไปถึงปีหน้า
 

ขณะที่ นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ผู้นำอังกฤษ ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนประเทศอินเดีย เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่สงครามในยูเครนจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งถึงสิ้นปี 2023 ตามที่หน่วยข่าวกรองของชาติตะวันตกประเมินไว้

โดย จอห์นสัน ระบุว่า การที่ปูตินตกที่นั่งลำบากในด้านการเมืองอันเป็นผลจากตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ ทำให้ผู้นำรัสเซียมีทางเลือกเดียวในตอนนี้คือการมุ่งโจมตียูเครนให้ราบคาบ ซึ่ง จอห์นสัน ยอมรับว่ากองทัพรัสเซียใกล้ยึดเมืองมาริอูปอลได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ผู้นำอังกฤษ ระบุว่าสถานการณ์มในตอนนี้ยังคาดเดาไม่ได้ พร้อมทั้งยกย่องวีรกรรมของชาวยูเครนว่าที่ต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อปกป้องประเทศตนเองจากการรุกรานของรัสเซีย

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ