อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติเดินทางเยือนกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนแล้ว เพื่อหาทางแก้วิกฤตสงครามมยูเครน โดย เขาได้ไปเยือนเมืองโบโรดยานกา และเมืองบูชา เมืองทางตะวันตกของกรุงเคียฟ ท่ามกลางการต้อนรับจากประชาชนและทหาร เพื่อร่วมสำรวจความเสียหายของเมือง ก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยความเศร้า หลังได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเมืองนี้
กูเตอร์เรส บอกว่า มันไม่มีทางที่จะยอมรับสงครามในศตวรรษที่ 21 ได้เลย และเขาลองจิตนาการครอบครัวของเขาเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย
หลังจากนั้น เขาได้เข้าพบกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำของยูเครน เพื่อหารือกัน ซึ่งภายหลังการพูดคุย ทั้งคู่ได้เปิดแถลงข่าวด้วยกัน โดยเลขาธิการสหประชาชาติ บอกว่า วันนี้เราได้พบเห็นสถานการณ์รอบ ๆ กรุงเคียฟแล้ว ภาพความเสียหายครั้งใหญ่และการละเมิดสิทธิมนุษยชน และกฎหมายสงคราม และเขาขอย้ำสิ่งที่ได้พูดตอนเยือนกรุงมอสโกของรัสเซียก่อหนน้านี้ว่า การรุกรานยูเครนของรัสเซียเป็นการละเมิดบูรณภาพดินแดนและกฎบัตรของสหประชาชาติ
นอกจากนี้ ทางเลขาธิการสหประชาชาติ ยืนยันว่า กำลังทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อทำให้เกิดการอพยพทหารและพลเรือนที่ติดค้างอยู่ภายในโรงงานเหล็กอาซอฟสตอล ในเมืองมาริอูปอลที่ทหารรัสเซียปิดล้อมอยู่
ขณะที่ทางประธานาธิบดีเซเลนสกี ก็ระบุว่า เขาเชื่อมั่นในสหประชาชาติว่าจะสามารถอพยพประชาชนในอาซอฟสตอลออกมาได้จริง
อย่างไรก็ตาม กองกำลังอาซอฟได้เผยแพร่วิดีโอที่จุดโรงงานอาซอฟสตอล และระบุว่า ยังคงมีเสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่ ขณะที่ทางรัสเซียบอกว่า ได้ยุติการโจมตีแล้วเพื่อเปลี่ยนมาใช้กลวิธีปิดล้อมพื้นที่แทน
ขณะเดียวกัน ระหว่างที่นายกูเตอร์เรสอยู่ระหว่างการเยือนกรุงเคียฟ เกิดเหตุการณ์มีมิสไซล์สองลูกถูกยิงมาตกในกรุงเคียฟ หนึ่งในนั้นเข้าโจมตีที่อาคารที่พักอาศัยแห่งหนึ่ง จนทำให้มีผู้บาดเจ็บไปอย่างน้อย 10 คนแล้ว
วิดีโอเหล่านี้เผยให้เห็นภาพความเสียหายหลังเกิดเหตุการณ์โจมตี ซึ่งทางยูเครนระบุว่า เป็นฝีมือของรัสเซีย โดยหลังเกิดเหตุ กองทัพและเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินได้เข้าไปยังที่เกิดเหตุเพื่อดับไฟ ซึ่งทางนายกเทศมนตรีกรุงเคียฟได้ทวิตข้อความว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเขตเชฟเชนโก้ ซึ่งอยู่ใจกลางกรุงเคียฟเลย
ด้าน สหประชาชาติเปิดเผยหลังเกิดเหตุโจมตีดังกล่าวว่า ทั้งนายกูเตอร์เรสและทีมงานของเขารู้สึกตกใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก และนับเป็นการโจมตีกรุงเคียฟที่รุนแรงที่สุด นับตั้งแต่กองกำลังรัสเซียถอนทัพออกไปเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน
โดยโฆษกสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติเปิดเผยว่า นี่คือเขตสงคราม แต่ก็น่าตกใจที่มันเกิดขึ้นใกล้เรามาก อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการระบุว่า ใกล้ขนาดไหน
ยูเอ็นเผย มนุษย์ทำให้ 40% ของผืนดินทั่วโลกอยู่ในภาวะ “เสื่อมโทรม”
สภาพอากาศวันนี้! ทั่วไทยร้อน เตือน ฉ.4 “พายุฤดูร้อน” ถล่ม 59 จังหวัด