เหตุไฟป่าที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นภาพจากโดรนที่เผยให้เห็นกลุ่มควันหนาลอยขึ้นเหนือหมู่บ้านแห่งหนึ่งในแคว้นเออคุตสค์ ของภูมิภาคไซบีเรีย เนื่องจากไฟป่า
สภาพอากาศแห้งและลมพัดแรงทำให้การดับไฟเป็นไปอย่างยากลำบาก ตามรายงานของแคว้น มีผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้นี้ถึง 2 ราย
ส่วนอีกที่ในเมืองเคอร์กาน กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซียได้เผยแพร่ภาพเครื่องบินดับไฟป่ากำลังบินเหนือพื้นที่ป่าเพื่อดับเพลิงไหม้ที่กำลังโหมกระหน่ำ และยังลุกลามไปยังบ้านเรือนใกล้เคียงกว่า 1,500 แห่ง
ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังพยายามควบคุมเพลิงไหม้อยู่
ตั้งแต่ต้นปี ตามรายงานของกระทรวงเหตุฉุกเฉินของรัสเซีย เกิดไฟป่าประมาณ 4,000 ครั้งแล้ว ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,700 ตารางกิโลเมตร ไฟป่าที่กำลังโหมกระหน่ำต่อเนื่องติดต่อกันหลายวันสร้างความกังวลให้กับประธานาธิบดีแห่งรัสเซียเป็นอย่างมาก
ในการประชุมคณะรัฐบาลออนไลน์ เมื่อวันอังคารที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินได้เตือนเจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคให้ควบคุมไฟป่าอย่างเร่งด่วน และไม่ควรปล่อยให้ไฟป่าลุกลามรุนแรงซ้ำรอยเหมือนปีที่แล้ว นอกจากนี้ ยังกล่าวอีกว่าไฟป่าเป็นภัยคุกคามชีวิตและสุขภาพของผู้คน รวมถึงสิ่งแวดล้อม รัสเซียต้องรับมือกับภัยพิบัตินี้บ่อยครั้ง ปกติแล้วภูมิภาคไซบีเรียมีภูมิอากาศที่หนาวจัด แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ทำให้อากาศอุ่นและแห้งขึ้นจนก่อให้เกิดไฟไหม้ป่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี
ช่วงปี 2020-2021 ไฟป่าเริ่มขยายวงกว้างและทวีความรุนแรงขึ้นกว่าครั้งไหน ๆ โดยในปี 2021 ที่ผ่านมา รัสเซียถือว่าเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ รายงานจากกรีนพีซของรัสเซียระบุว่าไฟป่ากินพื้นที่กว้างถึง 188,000 ตารางกิโลเมตร นอกจากนี้ยังได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมาก จนทำให้อัตราการปล่อยคาร์บอนจากไฟป่าทั่วโลกพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ทศวรรษ ไฟป่ายังลุกลามอย่างรวดเร็วจากสภาพแห้งแล้งและอุณหภูมิที่สูงขึ้น รัสเซียสามารถผ่านมาได้ด้วยความช่วยเหลือจากหลายภาคส่วน รวมถึงความช่วยเหลือจากชาติยุโรป
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปีนี้อาจต่างกันออกไป รัสเซียอาจไม่สามารถจัดการกับไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่
ปีที่ผ่านมา รัสเซียจะส่งทหารจำนวนมาก พร้อมด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เฮลิคอปเตอร์ และโดรนเข้ามาช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการดับไฟ แต่ปีนี้ทหารและอุปกรณ์จำนวนมากถูกส่งไปสู้รบในยูเครน
แม้แต่อุปกรณ์ในการป้องกันอัคคีภัยที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอในการแก้ปัญหา ซึ่งกรีนพีซก็พยายามเรียกร้องให้รัฐบาลรัสเซียจัดตั้งนโยบายและแนวทางในการแก้ไขปัญหาไฟป่าในระยะยาว รวมถึงเพิ่มงบประมาณในการป้องกันอัคคีภัย แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับ การคว่ำบาตรจากนานาชาติ ยังทำให้ความช่วยเหลือตรงส่วนนี้หายไปอีกด้วย
นักวิเคราะห์เชื่อว่า การดับไฟของปีนี้อาจดำเนินไปอย่างล่าช้า นี่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ หากรัสเซียดำเนินการได้ไม่ดีพอ เนื่องจากปัญหาที่เกิดจากไฟป่ายังส่งผลกระทบที่ใหญ่หลวงต่อโลก เพราะไฟป่าในรัสเซียอาจทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศพุ่งสูงขึ้น และก่อมลภาวะในอากาศ นอกจากนี้ฝุ่นละอองและเขม่าควันที่ตกลงบนพื้นน้ำแข็งในภูมิภาคอาร์กติก จะทำให้น้ำแข็งละลายเร็วยิ่งขึ้น