หนึ่งในนั้นคือ ชะตากรรมของทหารยูเครนในที่ปักหลักต่อสู้ในโรงงานเหล็กอาซอฟสตอลที่ขณะนี้ทยอยมอบตัวยอมจำนนต่อรัสเซียในรอบ 48 ชั่วโมงที่ผ่านมารวมถึงทหารอีกส่วนที่ยังไม่ยอมแพ้ โดยในส่วนนี้มีทหารที่เป็นระดับผู้บัญชาการการรบด้วย
ในรอบ 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมรัสเซียทยอยปล่อยภาพของทหารยูเครนที่ยอมจำนนออกมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากปักหลักต่อสู้กับกองกำลังรัสเซียในโรงงานเหล็กอาซอฟสตอลอยู่นานในถึง 80 วัน
และในวันนี้ ( 19 พ.ค.)ล่าสุดเมื่อช่วงกลางวันที่ผ่านมา รัสเซียยังคงปล่อยภาพทหารยูเครนที่ยอมจำนนออกมาอย่างต่อเนื่อง
โดยระบุว่า ในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง มีทหารยูเครนในโรงงานเหล็กอาซอฟสตอลยอมจำนนเพิ่มอีก 771 ราย ถ้านับรวมตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา รวมทั้งสิ้นยอมจำนนแล้ว 1730 ราย
โดยทหารที่ได้รับบาดเจ็บมีการแยกไปทำการรักษาในโรงพยาบาลของเมืองโนโวซอฟก์ซึ่งอยู่ในแคว้นโดเนตสก์ พื้นที่ของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่มีรัสเซียหนุนหลัง
โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียบอกว่า ทหารยูเครนที่ยอมจำนนจำนวนมากคือทหารที่สังกัดกองพันอาซอฟซึ่งเป็นพวกคลั่งชาติ
ท่าทีของรัสเซียต่อทหารยูเครนที่สังกัดกองพันอาซอฟทำให้เกิดความกังวลถึงชะตากรรมของคนเหล่านี้
กองพันอาซอฟคือ กองกำลังกึ่งทหารที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2014 หลังจากรัสเซียผนวกไครเมียมาเป็นของตนเอง ถูกรัสเซียขึ้นป้ายว่าเป็นพวกชาตินิยมขวาจัด เป็นพวกนีโอนาซี
กองพันอาซอฟมีบทบาทในการต้านรุกคืบของรัสเซียที่พยายามเข้ามาที่มาริอูปอลต่อ และเป็นกำลังหลักในการรบกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในแคว้นโดเนตสก์และลูฮันสก์ที่มีรัสเซียหนุนหลังด้วย
ปลายปี 2014 รัฐบาลยูเครนได้รวมให้กองพันนี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ
เรียกได้ว่า กองพันอาซอฟคือศัตรูหมายเลข 1 ของรัสเซีย ดังนั้นหลายฝ่ายจึงกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดในวันที่สมาชิกของกองพันนี้้อยู่ในเงื้อมมือของรัสเซีย
โดยเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา สภาของดูมามีการอภิปรายกันในเรื่องนี้และมี ส.ส.รัสเซีย หลายคนเสนอให้ลงโทษประหารชีวิต ซึ่งทางสหประชาชาติออกมาระบุว่า นี่อาจเป็นการละเมิดสนธิสัญญาเจนีว่าในหมดที่เกี่ยวกับเชลยสงคราม
ท่ามกลางความกังวลว่าเชลยสงครามจะถูกปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสม เมื่อเย็นวานนี้กระทรวงกลาโหมรัสเซียปล่อยภาพสมาชิกของกองพันอาซอฟส่วนหนึ่งออกมา
เป็นทหารที่บาดเจ็บนอนเรียงรายในโรงพยาบาลเมืองโนวาซอฟก์ อย่างไรก็ตามหลายคนบอกว่า ได้รับการดูแลรักษาตามความเหมาะสม
ยังไม่มีใครรู้ว่าต่อจากนี้รัสเซียจะทำอย่างไรกับทหารยูเครนเหล่านี้ แต่คาดว่าจะไม่ยอมแลกเปลี่ยนตัวเชลยสงครามตามที่รัฐบาลยูเครนต้องการอย่างแน่นอน อย่างน้อยก็ในระยะเวลาอันใกล้นี้
ที่สมรภูมิมาริอูปอล นอกเหนือจากทหารรัสเซียแล้ว กลุ่มที่มีบทบาทในการรบที่นี่คือ กองกำลังของกลุ่มแย่งแยกดินแดนในแคว้นโดเนตสก์และลูฮันสก์
เมื่อวานนี้เดนิส พูชิลิน ผู้นำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนของแคว้นโดเนตสก์ได้เดินทางไปตรวจพื้นที่บริเวณรอบๆโรงงานอาซอฟสตอล หลังกองพันอาซอฟทยอยยอมจำนน
โดยเขาระบุว่า ยังมีทหารยูเครนอีกจำนวนหนึ่ง ที่ยังไม่ยอมวางอาวุธ รวมถึงผู้บัญชาการกองพันอาซอฟด้วย แต่เขาเชื่อว่าจะมีการยอมแพ้เมื่อเสบียงหมดลง
เชื่อกันว่า เรื่องเชลยสงครามจะถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาต่อรองระหว่างรัสเซียกับยูเครน เพราะทางฝั่งยูเครนเองก็ได้จับทหารรัสเซียไว้จำนวนหนึ่ง
และเมื่อคืนที่ผ่านมา ทหารรัสเซียนายหนึ่งถูกนำตัวขึ้นศาลในข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม
วาดิม ชิชิมารีน ทหารรัสเซียวัย 21 ปีถูกนำตัวขึ้นศาลของยูเครนในกรุงเคียฟ เขาถูกสวมกุญแจมือ มีเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธครบมือตามประกบ
วาดิมถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สังหารโอเลกซานดีร์ เชลลีปอฟ ชายยูเครนวัย 62 ปีในหมู่บ้านชูปาเคียฟกา ไม่กี่วันหลังรัสเซียเข้าบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์
โดยเหตุเกิดขึ้นในขณะที่โอเกลซานดีร์กำลังคุยโทรศัพท์อยู่บนจักรยาน ทหารรัสเซียกลุ่มหนึ่งรวมถึงวาดิมผ่านมา และใช้ปืนยิงที่ศีรษะโอเลกซานดีร์จนเสียชีวิต
ในระหว่างการพิจารณาคดี ผู้พิพากษาได้ถามเขาว่า เขาเข้าใจหรือไม่ว่ากำลังถูกดำเนินการในข้อหาอะไร และเข้าใจบทลงโทษหรือไม่ และถ้าเข้าใจ เขาจะยอมรับว่าได้ก่อความผิดนั้นจริงหรือไม่
หลังจากนั้น ศาลยูเครนก็ตัดสินจำคุก “วาดิม” ตลอดชีวิต
อัยการสูงสุดของยูเครน อีรีนา เวเนดิกโทวาระบุว่า นี่คือการพิจารณาคดีครั้งแรก และยังมีอีกนับหมื่นคดีที่เข้าข่ายการก่ออาชญากรรมสงครามโดยฝีมือของทหารรัสเซีย
นอกจากการพิจารณาคดีลักษณะนี้ในศาลของยูเครนแล้ว ศาลอาญาระหว่างประเทศหรือ ICC ก็กำลังสอบสวนและเร่งเก็บพยานหลักฐานการก่ออาชญากรรมสงครามของทหารรัสเซียเช่นเดียวกัน โดยสัปดาห์นี้ทาง ICC มีการส่งเจ้าหน้าที่กว่า 42 คนซึ่งถือว่าเป็นทีมที่ใหญ่ที่สุดที่ ICC ส่งเข้าไปในยูเครนเพื่อเร่งการกระบวนการนำตัวผู้สั่งการและผู้ลงมือสังหารพลเรือนขึ้นศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ
ส่วนในแนวรบด้านตะวันออก วันนี้ยังไม่มีความคืบหน้ามากนักจากเมื่อวาน หลังจากเสียพื้นที่คาร์คีฟให้กับยูเครนไป ตอนนี้ร่นกำลังถอยมารบในพื้นที่เล็กลง เป้าหมายตอนนี้คือ พยายามยึดเมืองซีวีโรโดเนตสก์จนถึงสวิตลาดาร์สก์ ในภูมิภาคดอนบาสให้ได้
เป็นการเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการสงครามแบบวงกว้างมาเป็นการยึดพื้นที่ที่ละเล็กละน้อยแทน หลังจากแผนแรกล้มเหลว
ในขณะที่พื้นที่อื่นๆโดยเฉพาะที่กรุงเคียฟเมืองหลวงก็สงบพอที่บรรดานักการทูตที่อพยพออกไปเริ่มกลับเข้ามาได้แล้ว
เมื่อวานนี้สถานทูตสหรัฐในกรุงเคียฟได้กลับมาเปิดทำการอย่างเป็นทางการหลังจากที่ปิดมานานกว่า 3 เดือน