เมื่อวาน (16 มิ.ย.) กันชนะ วิเจเซเกรา รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานศรีลังกาเปิดเผยว่า เชื้อเพลิงในสต็อกของประเทศศรีลังกาจะเหลือพอให้ใช้ได้อีกประมาณ 5 วันเท่านั้น ซึ่งความหวังของศรีลังกาขณะนี้คือ วงเงินสินเชื่อมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.76 หมื่นล้านบาท) จากอินเดีย เพื่อนำมาซื้อเชื้อเพลิงเข้าประเทศ แต่กำลังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลอินเดียก่อน
"ศรีลังกา" ดิ่งสู่หายนะ อาหาร-ยาขาด คนรอเติมน้ำมันจนตาย
ศรีลังกากำลังตกอยู่ในวิกฤตการเงินครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 7 ทศวรรษ หลังจากที่ทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงเป็นประวัติการณ์ โดยเงินดอลลาร์ส่วนใหญ่ที่มีถูกนำไปใช้เพื่อนำเข้าสินค้าที่สำคัญ เช่น อาหาร ยารักษาโรค และเชื้อเพลิง ขณะนี้ไม่เพียงพอที่จะนำเข้าสินค้าจำเป็นเหล่านี้อีกแล้ว
ปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงทวีความรุนแรงมากขึ้นในศรีลังกาสัปดาห์นี้ โดยปรากฏภาพประชาชนต้องต่อแถวยาวหลายกิโลเมตรที่ปั๊มน้ำมันหลายแห่งทั่วประเทศเพื่อเติมน้ำมันที่มีอยู่อย่างจำกัด บางคนถึงกับต้องรอคิวข้ามคืนเพื่อเติมน้ำมัน
วิเจเซเกรากล่าวว่า ศรีลังกายังไม่สามารถจ่ายเงินที่ค้างชำระ 725 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.55 หมื่นล้านบาท) ให้กับซัพพลายเออร์ผู้จัดหาเชื้อเพลิง และยังประสบปัญหาในการเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตสำหรับการจัดหาน้ำมันในอนาคตด้วย
“เรากำลังดิ้นรนในการจัดหาเชื้อเพลิงเนื่องจากปัญหาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของเรา และรัฐบาลกำลังทำงานเพื่อจัดสรรสต็อกน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินที่มีอยู่ ให้สามารถอยู่ได้จนถึงวันที่ 21 มิ.ย. เราพบว่ามันยากมากที่จะตอบสนองความต้องการผู้ใช้ และสต็อกอาจหมดเร็วขึ้นหากเราไม่ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็นและไม่ควบคุมการกักตุนเชื้อเพลิง” วิเจเซเกรากล่าว
เขาเสริมว่า “เราคาดว่าจะมีการจัดส่งน้ำมันมาได้ภายใน 3 วันข้างหน้า และจะมีการจัดส่งอีก 2 ครั้งภายใน 8 วันข้างหน้า”
ศรีลังกากำลังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับวงเงินสินเชื่อ 500 ล้านดอลลาร์จาก Exim Bank ของรัฐบาลอินเดีย ซึ่งวิเจเซเกรากล่าวว่า จะใช้เป็นเงินทุนสำหรับการจัดหาเชื้อเพลิงในสัปดาห์หลังจากนี้
พาณิชย์ ต่ออายุสินค้าและบริการควบคุม 51 รายการอีก 1 ปี
อินเดียเป็นผู้สนับสนุนหลักของศรีลังกาในช่วงที่ประสบวิกฤตการณ์ทางการเงิน โดยได้ทุ่มเงินช่วยเหลือไปแล้ว 3 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.5 แสนล้านบาท)
นอกจากการรอความช่วยเหลือจากธนาคารอินเดียแล้ว ศรีลังกากำลังเจรจากับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อขอเงินสนับสนุนช่วยเหลือ และคาดว่าคณะผู้แทนจาก IMF จะเดินทางถึงศรีลังกาในวันที่ 20 มิ.ย. เพื่อเจรจาหารือร่วมกัน
ปัญหาของศรีลังกาเกิดขึ้นจากการที่ “มีเงินออกมากกว่าเงินเข้าประเทศ”
ศรีลังกาเป็นประเทศที่มีสัดส่วนรายได้จากภาคบริการและการท่องเที่ยวมากถึง 60% ดังนั้น เมื่อมีการระบาดของโควิด-19 จึงได้รับกระทบเต็ม ๆ และสูญเสียรายได้ไปมหาศาล ในขณะเดียวกัน ศรีลังหาต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงและสินค้าสำคัญจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องใช้เงินมหาศาล
รัฐบาลศรีลังกาพยายามประคองเศรษฐกิจด้วยการลดภาษี ทั้งยังขายพันธบัตรในอัตราดอกเบี้ยต่ำ และใช้เงินอุดหนุนสินค้านำเข้า แต่ก็ทำให้ค่าเงินของศรีลังกาอ่อนลง เกิดวิกฤตเงินเฟ้อ
เมื่อไม่มีเงินมากพอ ศรีลังกาก็ไม่สามารถนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศได้อย่างเพียงพอ จนสั่งสมเป็นปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงในปัจจุบัน ยังไม่รวมถึงราคาอาหารโลกที่สูงขึ้นจากวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ศรีลังกาได้รับผลกระทบจากราคาตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นจนขาดแคลนอาหารเช่นกัน
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า กระทรวงเกษตรศรีลังกาได้ขอให้เกษตรกรช่วยกันปลูกข้าวเพิ่มให้มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาอาหารขาดแคลน และล่าสุดก็อนุมัติให้ข้าราชการสามารถหยุดงานเพื่อไปปลูกพืชผักได้ เพื่อบรรเทาวิกฤตอาหาร
เรียบเรียงจาก CNN
ภาพจาก AFP