"ปูติน" ระบุ รัสเซียไม่เคยมุ่งเป้าโจมตีพื้นที่พลเรือน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมารัสเซียได้มีการถอนกำลังทหารออกจากหลายพื้นที่ของยูเครนรวมถึงรอบๆเมืองหลวงหลังจากไม่สามารถยึดกรุงเคียฟได้ตามแผน ก่อนจะประกาศสงครามในเฟส 2 ที่มีเป้าหมายในการยึดภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออก รวมถึงทางตอนใต้ของยูเครน

แต่ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา รัสเซียเริ่มโจมตีพื้นที่ที่ไม่ได้อยู่ในดอนบาสอย่างหนักและถี่ขึ้น เช่นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ยิงขีปนาวุธโจมตีกรุงเคียฟเป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือน รวมถึงการโจมตีศูนย์การค้าที่เมืองเครเมนชุกเมื่อวันที่ 27 ที่ผ่านมา

การโจมตีศูนย์การค้าที่มีพลเรือนอยู่ภายในจำนวนมากทำให้รัสเซียถูกประณามอย่างหนัก คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติต้องเรียกประชุมด่วน

ปูติน สั่งทหารข้ามแดนไปยัง 2 จังหวัดยูเครน อ้างรักษาสันติภาพ

"ปูติน" ขอโทษอิสราเอล ปมฮิตเลอร์มีเชื้อสายยิว

ล่าสุดผู้นำรัสเซียออกมาพูดเรื่องนี้แล้วเหตุโจมตีศูนย์การค้าในเมืองเครเมนชุกเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยขณะนั้นมีประชาชนกว่า 1,000 คนที่จับจ่ายซื้อของอยู่ด้านในอาคารแรงระเบิดทำให้อาคารถล่มและเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว

ทางการยูเครนเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต 18 ราย บาดเจ็บกว่า 50 คน ติดอยู่ใต้ซากอาคาร 21 คนซึ่งคาดว่าทั้งหมดเสียชีวิตแล้ว

หลังจากนั้นรัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซียเซอร์เก ลาฟรอฟ ออกมาให้สัมภาษณ์ หลังมีการระบุว่า การกระทำของรัสเซียอาจเข้าข่ายอาชญากรรมต่อมนุษยชาติจุดนี้เป็นพื้นที่พลเรือนซึ่งไม่อยู่ในขอบเขตของการทำสงคราม

ลาฟรอฟบอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นที่ศูนย์การค้าแห่งนั้นเป็นอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นเพราะรัสเซียพุ่งเป้าโจมตีคลังเก็บอาวุธที่อยู่ใกล้ๆ เมื่อคลังเก็บอาวุธระเบิดก็เลยทำให้ศูนย์การค้าถูกไฟไหม้ไปด้วย

หลังจากนั้นไม่นานประธานาธิบดีเซเลนสกีผู้นำยูเครนก็เอาหลักฐานชิ้นหนึ่งมาแสดงและประกาศว่า รัสเซียพยายามบิดเบือน หลักฐานชิ้นนี้คือข้อพิสูจน์ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับศูนย์การค้าไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็นการจงใจโจมตีของรัสเซีย

หลักฐานที่ผู้นำยูเครนพูดถึงคือภาพจากกล้องวงจรปิดชิ้นนี้ ที่แสดงให้เห็นถึงวินาทีที่วัตถุชิ้นหนึ่งลอยอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปะทะกับอาคาร และตัวศูนย์การค้าก็เกิดระเบิดและเพลิงไหม้อย่างรวดเร็ว

สำนักข่าว AFP รายงานว่า วัตถุดังกล่าวคือขีปนาวุธต่อต้านเรือรบแบบ Kh-22 ที่ยิงมาจากเครื่องบินทิ้งระเบิด Tu-22 จากทางตะวันตกของรัสเซีย

เมื่อคืนที่ผ่านมาประธานาธิบดีปูตินออกมาพูดเรื่องนี้ ตอบโต้ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนว่า กองทัพรัสเซียไม่เคยมุ่งเป้าการโจมตีไปที่พลเรือนโดยเฉพาะที่ศูนย์การค้าในเมืองเครเมนชุก เพราะไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะไปทำแบบนั้น

การโจมตีเมืองเครเมนชุกซึ่งไม่ได้มีความสำคัญในทางยุทธศาสตร์ทางการทหารเลยคือส่วนหนึ่งของการขยายวงการทำสงครามออกนอกภูมิภาคดอนบาสของรัสเซียในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา

อีกจุดหนึ่งที่ถูกโจมตีหนักคือ มิโคลายิฟ แต่ต่างจากเครเมนชุก มิโคลายิฟคือยุทธศาสตร์ที่สำคัญในฐานะเมืองท่าและเป็นกันชนของโอเดสซา เมืองท่าที่สำคัญที่สุดบนทะเลดำที่รัสเซียต้องการยึดให้ได้

เมื่อวานรัสเซียยิงขีปนาวุธ 11 ลูกเข้าใส่ที่นี่ โดยขีปนาวุธที่รัสเซียใช้เป็นขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ แบบ Kh-22 ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่ใช้ถล่มศูนย์การค้าในเมืองเครเมนชุก มีรายงานผู้เสียชีวิต 3 ราย

อีกจุดที่โดนโจมตีคือ คาร์คีฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของรัสเซีย ไม่ไกลมากจากดอนบาส

ขีปนาวุธของรัสเซียถล่มที่นี้ในช่วงเกือบเที่ยงคืนของเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยยิงมาจากเมืองเบลโกรอด เมืองทางใต้ของรัสเซียที่ไม่ไกลมานักจากชายแดนยูเครนด้านตะวันออก

ลักษณะและพิสัยการยิง คนที่นี่บอกว่า  ขีปนาวุธน่าจะยิงมาจาก Iskander M ระบบขีปนาวุธนำวิถีเคลื่อนที่ที่มีพิสัยไกล 300 ไมล์หรือ 500 กิโลเมตร ซึ่งระบบนี้สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ด้วย ขีปนาวุธถูกยิงเข้าใส่โรงงานแห่งหนึ่งเสียหายหลัก และแน่นอนคนนี่ไม่เข้าใจว่าทำใมรัสเซียจึงทำเช่นนั้น

ทั้งนี้มีการวิเคราะห์กันว่า ที่รัสเซียเริ่มกลับมาโจมตีคาร์คีฟและเมืองที่ไม่ได้อยู่ในดอนบาสอย่างหนักอีกครั้งก็เพื่อต้องการกดดันกองทัพยูเครนถอนกำลังออกมาจากดอนบาสเพื่อมาปกป้องเมืองเหล่านี้แทนเพื่อที่รัสเซียจะได้ยุดดอนบาสง่ายขึ้น

โดยที่ดอนบาส ในส่วนของแคว้นลูฮันสก์รัสเซียสามารถยึดได้เกือบหมดแล้วยกเว้นที่ลีซิแชนสก์ โดยกองกำลังยูเครนยังยันรัสเซียไม่ให้ข้ามฝั่งแม่น้ำมาได้อยู่ โดยการต่อสู้ก็ดำเนินไปอย่างดุเดือด

ทางด้านใต้มีความคืบหน้าสำคัญที่เกาะสเนค ไอซ์แลนด์ (Snake Island) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลดำ ยูเครนเคยสู้รบกับรัสเซียอย่างหนักในช่วงปฏิบัติการเฟสแรก ก่อนที่รัสเซียจะยึดได้

มีรายงานว่ายูเครนสามารถยึดกลับมาได้แล้ว และโฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียออกมาประกาศเรื่องนี้เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาโดยระบุว่า เพื่อเปิดทางให้ยูเครนขนส่งสินค้าทางเกษตร และทำเพื่อเจตนาดีต่อยูเครน

เกาะงูมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์เพราะอยู่ไม่ไกลจากโอเดสซา ถ้ารัสเซียยังยึดที่นี่ได้โอกาสที่โอเดสซาจะถูกโจมตีสูง โดยช่วงที่ผ่านมารัสเซียใช้เกาะงูเป็นหนึ่งในจุดที่กั้นไม่ให้ยูเครนส่งสินค้าผ่านทะเลดำ

สงครามที่เข้าสู่เดือนที่ 5 นอกเหนือจากจะมีทหารเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากแล้ว ยังทหารจำนวนหนึ่งที่ถูกจับเป็นเชลยสงคราม ในฝั่งของยูเครน กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดคือ ทหารชุดสุดท้ายที่ต่อสู้ในโรงงานเหล็กอาซอฟสตอลของเมืองมาริอูปอล

ภาพเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่กองกำลังชุดสุดท้ายในโรงงานอาซอฟสตอลยอมจำนน

คนที่บาดเจ็บสาหัสถูกลำเลียงออกมา ก่อนที่กองทัพรัสเซียจะนำตัวไปที่เมืองในแคว้นโดเนตสก์ที่อยู่ภายใต้การยึดครองของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่มีรัสเซียหนุนหลัง

ทหารชุดสุดท้ายที่สู้ในโรงงานอาซอฟสตอลส่วนใหญ่เป็นทหารจากหน่วยนาวิกโยธินกองพลน้อยที่ 36  และจากกองพันอาซอฟ ซึ่งรัสเซียกล่าวหาว่าเป็นพวกนาซีหลังจากถูกควบคุมตัวไปในวันนั้นก็ไม่มีใครทราบชะตากรรมของทหารกลุ่มนี้อีกเลย จนกระทั่งเมื่อวานนี้เมื่อยูเครนและรัสเซียได้มีการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษกัน

ภาพการยูเครนแลกเปลี่ยนตัวนักโทษสงครามครั้งใหญ่ที่สุดระหว่างรัสเซียกับยูเครนนับตั้งแต่เกิดสงครามขึ้น

โดยทหารยูเครนได้รับการปล่อยตัวทั้งหมด 144 นาย ในจำนวนนี้ 95 นายเป็นทหารที่ชุดสุดท้ายที่สู้อยู่ในโรงงานเหล็กอาซอฟสตอลของเมืองมาริอูปอล

ทหารที่ได้รับการปล่อยตัวมาส่วนใหญ่มีบาดแผลหรือได้รับบาดเจ็บจากกระสุนหรือสะเก็ดระเบิด พวกเขาบอกว่า อยากให้ทำทุกทางเพื่อช่วยเหลือคนที่ยังอยู่ในความควบคุมของรัสเซีย

ยังไม่มีรายละเอียดออกมาว่า การแลกตัวเชลยสงครามมีรายละเอียดหรือข้อตกลงอะไรบ้าง แต่ทางกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในแคว้นโดเนสตก์เปิดเผยว่า ยังมีทหารยูเครนอีกหลายร้อยนายที่ยังอยู่ในความควบคุมของพวกเขา

และขณะนี้มีความพยายามใช้การทูตเพื่อยุติสงครามอีกครั้งหลังจากก่อนหน้านั้นความพยายามจากทางผู้นำฝรั่งเศส ตุรกีรวมถึงอิสราเอลไม่เป็นผล

คนที่ทำคือ ผู้นำอินโดนีเซีย ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด

ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย เดินทางเยือนยูเครนเมื่อวานนี้ด้วยรถไฟจากโปแลนด์

ผู้นำอินโดนีเซียเข้าพบกับประธานาธิบดีเซเลนสกีและแสดงถึงความตั้งใจในการเป็นตัวกลางเจราจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครน โดยเขาบอกว่าหลังจากนี้เขาจะเดินทางไปมอสโก และจะนำสิ่งที่พูดคุยกับผู้นำยูเครนส่งต่อไปให้ประธานาธิบดีปูติน

หลังพบกับประธานาธิบดีเซเลนสกี ผู้นำอินโดนีเซียไปที่เมืองเออร์พิน หนึ่งในเมืองที่หน้าด่านของเคียฟที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงที่รัสเซียเข้ายึดไว้เมื่อเดือนมีนาคม และระบุว่า สิ่งที่เห็นคือภาพที่น่าเศร้าและเขาหวังว่าคนที่นี่จะไม่ต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อีก

บทบาทของอินโดนีเซียน่าสนใจ อินโดนีเซียคือคู่ค้าที่สำคัญของยูเครน โดยเฉพาะข้าวสาลี ซึ่งเป็นสินค้าทางการเกษตรที่สำคัญที่สุดของยูเครนมีอินโดนีเซียเป็นผู้ลูกค้าลำดับต้นๆ

ส่วนอีกบทบาทหนึ่งของอินโดนีเซียคือ การเป็นเข้าภาพการประชุม G 20 ในปีนี้ ซึ่งในกลุ่มนี้มีรัสเซียอยู่ด้วย ก่อนหน้านี้มีการเรียกร้องจากชาติตะวันตกให้บอยคอตไปต้องเชิญประธานาธิบดีปูตินให้เข้าประชุมที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึง แต่ผู้นำอินโดนีเซียยังสวงนท่าทีโดยระบุว่า เขาอยากเก็บทางเลือกการพูดคุยและเจราจากับรัสเซียเอาไว้

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ